การใช้เครื่องช่วยฟัง

การใช้เครื่องช่วยฟังควบคู่ไปพร้อมกับการใช้งานโทรศัพท์ 

         

สำหรับการใช้ชีวิตประจำวันของเราส่วนใหญ่ในเวลานี้ อาจกล่าวได้เต็มปากเต็มคำได้เลยว่าโทรศัพท์คือปัจจัยสำคัญมากที่อยู่อย่างหนึ่งในเวลานี้ เราสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้หลายด้านทั้งเป็นนาฬิกาปลุก  การเป็นเลขาส่วนตัวเพื่อบันทึกตารางงานต่างๆให้กับเรา รวมถึงเราสามารถดูหนัง ฟังเพลงและสนทนากับเพื่อนผ่านโปรแกรม chat ต่างๆและสามารถเล่นเกมในเวลาที่เราเบื่อๆได้จะเห็นได้ว่ามือถือแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของเราทุกคนเลยก็ว่าได้

ซึ่งสำหรับคนที่มีปัญหาทางการได้ยินและต้องมีการใช้เครื่องช่วยฟังแล้ว ความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือก็ยังต้องการใช้เหมือนกันคนอื่นทั่วๆไปเหมือนกัน  ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยหากใช้เครื่องช่วยฟังแล้วจะใช้โทรศัพท์มือถือได้จริงหรือไม่ แล้วจะมีผลกระทบกับอุปกรณ์หูฟังหรือไม่ เพราะบางคนก็กลัวว่าระบบคลื่นสัญญาณของโทรศัพท์จะเข้ามาระบบกวนคลื่นสัญญาณเสียงของอุปกรณ์หูฟัง ทำให้เครื่องพังเร็วหรือเปล่า ซึ่งวันนี้เรามาชี้แจงให้ทราบได้เลยว่า หากคนที่มีปัญหาด้านการได้ยินมี การใช้เครื่องช่วยฟัง คุณก็ยังสามารถใช้โทรศัพท์โทรออก รับสายเรียกเข้าได้ตามปกติ เหมือนกับคนอื่นทั่วไป

ซึ่งคุณจะไม่รู้สึกถึงความแปลกแยกตรงนี้เลยและที่สำคัญคลื่นความถี่ของโทรศัพท์ไม่ได้มีผลกระทบหรือมีผลทำให้คลื่นความถี่ของเครื่องช่วยฟังมีปัญหาแต่อย่างไร 

        แต่อย่างไรก็ตามหลายคนมักจะพบปัญหาว่าเวลาใช้ เครื่องช่วยฟัง แล้วต้องคุยโทรศัพท์ไปด้วย เสียงจะได้ยินชัดเจนน้อยลง นั่นเพราะว่าคุณมีการถือโทรศัพท์ให้ลำโพงของเครื่องช่วยฟังและลำโพงของโทรศัพท์ไม่ตรงกัน เพราะเครื่องช่วยฟังแต่ละรุ่นหรือแต่ละยี่ห้อลำโพงอาจจะอยู่ไม่เหมือนกันบางอันลำโพงอาจจะอยู่ด้านบนตรงส่วนที่เกี่ยวกับใบหู หรือบางอันหากเป็นเครื่องช่วยฟังชนิดสอดเข้าไปในรูหูอาจจะสามารถเอาโทรศัพท์แนบกับหูได้เลย

แต่ก็อาจจะต้องเว้นระยะห่างจากหูสัก 1-2 เซนติเมตรเพราะหากแนบชิดมากเกินไปประสิทธิภาพของการได้ยินเสียงก็อาจจะลดลงได้ ซึ่งหากเราเข้าใจหลักการใช้งานของเครื่องช่วยฟัง จะทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องช่วยฟังได้สูงสุด 

       อย่างไรก็ตามปัจจุบันทางบริษัทที่ผลิตเครื่องช่วยฟังออกมาจำหน่าย ยังมีการพัฒนาเครื่องช่วยฟังอย่างต่อเนื่องดังนั้นคุณจึงไม่ต้องเป็นกังวลใจกับการใช้เครื่องช่วยฟังมากนัก เพราะทุกบริษัทต่างก็มุ่งเน้นถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าโดยต้องการให้ลูกค้าที่ใช้เครื่องช่วยฟัง ไม่ได้รู้สึกเหมือนกับกำลังใช้อุปกรณ์ช่วยฟัง แต่อยากให้รู้สึกเหมือนเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันปกติและหากมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการใช้งานต่างๆก็สามารถสอบถามกับ call center ของบริษัทเครื่องช่วยฟังได้     

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหูหนวกหรือต้องพึ่งเครื่องช่วยฟังมีอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นโรคหรือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ เราก็ไม่อยากที่จะเป็นกันอยู่แล้ว เพราะการเป็นอะไรที่ทำให้เราต้องมีปัญหาอื่นๆก็เท่ากับว่าเป็นการสร้างปัญหาต่างๆให้แก่เราด้วยกันทั้งนั้น นอกจากเราจะเป็นปัญหาแล้วยังส่งผลให้คนรอบข้างของเราเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องราวที่เราเป็นอีกด้วย

ดังนั้นเราควรศึกษาหาเกี่ยวกับปัจจัยที่เสี่ยงต่อการหูหนวกหรือหาปัจจัยที่เสี่ยงต่อการใช้เครื่องช่วยฟังกันเถอะ เพื่อเราและคนที่เรารักจะได้ไม่มีอาการเสี่ยงเหล่านั้น

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดหูหนวก (Deafness) มีดังนี้

การเป็นคนหูหนวกนั้นมักเกิดจากปัญหาที่เกิดขึ้นได้หลากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาต่างๆเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดจากการได้ยินเสียงที่ดังมากเกินไป หรืออาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งล้วนก่อให้เกิดอาการประสาทหูเสื่อมได้ การเกิดอุบัติเหตุก็ก่อให้เกิดหูหนวกหรือมีปัญหาทางด้านของการได้ยินก็ได้นะ เพราะสิ่งต่างๆรอบตัวเรามันสามารถก่อให้เกิดการผิดพลาดต่อระบบภายนร่างกายของเราได้หมดแหละ แต่นั้นก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ต้องทำอะไรเลยนะ เรายังคงใช้ชีวิตอย่างปรกติแต่เราควรอยู่บนพื้นฐานของการระวังความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่างๆ

หากท่านมีอาการที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการทำให้ระบบของหูของท่านมีปัญหาท่านควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวิฉัยโรคต่างๆ โดยตามสถานคลีนิคเฉพาะทางหรือตามโรงพยาบาลโดยพวกเขาจะมีผู้ที่เชี่ยวชษญเกี่ยวกับทางด้านนี้โดยตรง เพื่อเป็นการไม่วิฉัยทีผิดพลาดนั่นเอง

หากไม่ไปตรวจกับหมอเฉพาะทางเราอาจไม่ทราบได้ว่าสาเหตุที่เราเป็นเกิดจากอะไร หรือควรมีวิธีการปฏิบัติตนอย่างไรหากเจอกับปัญหาเหล่านี้ หรือมีแนวทางการรักษาอย่างไรให้หาย รวมทั้งไปถึงวิธีช่วยในเรื่องของการได้ยิน จะสามารถทำได้ด้วยวิธีไหนบ้าง และเครื่องช่วยฟังในรุ่นไหนที่เหมาะกับอาการที่เราเป็นอยู่ในขณะนี้นั่นเอง

โรคน้ำในหูเกี่ยวข้องกับการเป็นหูหนวกหรือไม่

หลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับโรคน้ำในหูว่าหากเราเป็นแล้วเราจะหูหนวกหรือไม่ หรือเราจะต้องซื้อเครื่องช่วยฟังมาใช้หรือเปล่า หลัการสังเกตุนั้นก็คือหากมีอาการหูอื้อ แน่นหู หรือเสียงวิ้งๆ ในหู หรือมีอาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุนนั้น ท่านควรไปพบแพทย์เป็นการด่วน เพราะเสี่ยงที่จะเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันมากอยู่พอสมควร

ซึ่งหากมีการสูญเสียเกี่ยวกับการได้ยินที่มีค่าสำหรับความถี่ต่ำมากๆหรือมีต่ำกว่า 2000Hz นั่นอาจจะบ่งบอกได้ถึงการวินิจฉัยว่าคุณได้เป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งหากมีอาการร่วมกับอาการที่เป็นแบบบ้านหมุนด้วยละก็เข้าข่ายอัตราในการเสี่ยงมากที่สุด