ประโยชน์ของการกินอาหารเช้า

ใช่ค่ะเท่าที่เรารู้กันว่าการกินอาหารเช้านั้นสำคัญแต่คนส่วนใหญ่ไม่กินอาหารเช้า นั่นอาจจะทำให้เกิดการเป็นโรคได้เลยนะค่ะการกินอาหารเช้าทำให้เราไม่ป่วยง่ายไม่เป็นโรค พวกคุณรู้ไหมว่าการกินอาหารเช้านั้นทำให้ไม่เกิดโรคและยังทำให้เราไม่อ้วนด้วยนะ เรามาดูวิธีการกินอาหารแล้วคุณประโยชน์ของอาหารเช้ากันค่ะ

อาหารเช้าช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพของสมอง  ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนโตอาหารเช้านั้นสำคัญต่อร่างกายมาก เพราะอาหารเช้านั้นไปเลี้ยงสมอง ช่วยให้เรามีสมองที่คิดดี อย่างเช่นถ้าเป็นเด็กนักเรียน เวลาไปโรงเรียน เราก็จะเรียนหนังสือรู้เรื่อง เพราะว่าเรากินอาหารเช้าทำให้เราเรียนรู้เรื่องเข้าใจในการทำงาน ส่วนคนโตก็เหมือนกันเหมือนกันทำให้เราทำงาน เรียนรู้เกี่ยวกับงานที่รู้เรื่อง ถ้าเราไม่กินอาหารเช้า จะทำให้เราอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ดังนั้นเราควรหันมากินอาหารเช้ากันนะค่ะ

อาหารเช้าช่วยป้องกันโรคอ้วน  เพราะร่างกายเรานั้นหลับตอนกลางคืนนานในช่วงเวลาที่เรานอนนั้นร่างกายยังไม่ได้รับอาหารอะไรถ้าเราไม่กินอาหารในตอนเช้าเท่ากับเราอดอาหารนั้นไปนานมาก ยังส่งร้ายให้กับระบบน้ำตาลในเลือดลงต่ำลง แล้วพอถึงเวลาตอนเที่ยงที่เรากินอาหารจะให้เรานั้นอยากกินแต่ของทอดจำพวกไขมันเยอะ ในตอนเที่ยงและตอนเช้า เพราะดังนั้นทำให้เราเป็นโรคอ้วนต่อมา  คราวนี้สาวๆต้องรู้แล้วว่ามื้อเช้านั้นสำคัญ

อาหารเช้าช่วยลดการเป็นนิ่ว ถ้าเราไม่กินอาหารเช้าในตอนเช้าเป็นเวลานานๆจะทำให้เราเป็นนิ่ว เพราะจะส่งผลให้คอเลตเตอรอลนั้นเกาะในถุงน้ำดีแล้วสะสมเป็นเวลานานๆจะทำให้กลายเป็นนิ่ว นอกจากเรากินอาหารเช้าแล้วจะช่วยในระบบละลายในถุงน้ำดี และคอเลตตอรอล เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดอาการเกิดนิ่วได้แล้ว  

อาหารเช้าช่วยลดการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ  ผลวิจัยแห่งอเมริกา ได้ระบุไว้ว่าการกินอาหารเช้าอย่างต่อเนื่องละประจำนั้นใช่ทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมองนั้นไม่เหนียว เพราะปกติในเวลาตอนเช้าเส้นเลือดในสมองคนเรานั้นเหนียวหนืดมากจะให้เราเป็นเส้นเลือดในสมองนั้นตีบ หรือแตกตันได้ เพียงแค่เรา เรากินอาหารเช้านั้นตามปกติและทำเป็นทุกวันแค่นี้ร่างกายจะได้อาหารเช้าแล้วยังช่วยให้สมองของเราไม่ตีบหรือตันอีกด้วย  

อาหารเช้าลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย  เพียงแค่คุณกินอาหารเช้าเป็นประจำ ช่วยลดการเป็นเบาหวานไดถึง35/50เลยที่เดียวนะ เพียงแค่นี้เองที่เราจะลดการเบาหวานเพียงแค่เรากินอาหารเช้าทุกวัน 

เห็นไหมค่ะแค่เรากินอาหารเช้าทุกวันก็ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีและยังไม่มีโรคภัยอีกด้วย มีแต่ดีกับดี ดังนั้นเราทุกคนควรกินอาหารเช้ากันนะค่ะ 

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

หุ่นดีปลอดภัย

เป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายๆคนนั้น มีความกังวลใจอย่างมากๆ เพราะการที่มีหุ่นที่ไม่ดีนั้น สร้างความไม่มั่นใจให้แก่สาวๆนั่นเอง เพราะฉะนั้นสาวเริ่มมีความสนใจในการดูแลรักษาร่างกายตัวเองกันอย่างมาก เพื่อให้เรานั้นออกมาดูดีที่สุด ดูสวย ดูหุ่นดีผิวพรรณดี ฉะนั้นสาวๆหลายๆคนจะเริ่มหาวิธีต่างๆ

ในการดูแลตัวเองให้อย่างดีที่สุด เพื่อให้เรานั้นดูดี ดูสวยมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นการดูแลตัวเองของแต่ละคนนั้น ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นเราจะมาแนะนำการทำให้หุ่นดีมากยิ่งขึ้นกัน

การดูแลรักษาหุ่น

ผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นอยากมีหุ่นหรือมรูปร่างที่มีความดูดีกันทั้งนั้น บางคนอาจจะรับประทานยาลดความอ้วนร่วมด้วย ซึ่งวิธีการดูแลแบบนั้น ถือว่าผิดอย่างมากๆในการดูแลรักษาตัวเองให้มีหุ่นที่ดี เพราะการทำแบบนั้น อาจจะทำให้เกิดผลเสียแก่ร่างกายของเราแทนก็ได้ ฉะนั้นเราต้องมองหาวิธีใหม่ที่ดีกว่าและปลอดภัย ที่สำคัญสำคัญสามารถทำได้ง่ายๆกว่า นั่นก็คือการทานอาหารที่มีประโยชน์นั่นเอง

การเลือกรับประทานอาหารนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการดูแลสุขภาพร่างกายหรือหุ่นของเรานั่นเอง เราต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อช่วยเสริมสร้างในส่วนต่างๆของร่างกายของเรา ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญต้องรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่อีกด้วย นอกจากนั้นการที่เราออกกำลังกายร่วมด้วยจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ

เพราะนอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มรสารอาหารที่ดีแล้วนั้น จะต้องการออกกำลังอย่างน้อยสัปดาห์ละสามหรือสี่วัน เพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายและรูปร่างของเรานั้น มีความแข็งแรงและกระชับขึ้น การที่เราใช้วิธีการรักษาหุ่นตามธรรมชาตินั้น อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยแต่มันสามารถทำให้เรานั้น มีหุ่นและรูปร่างที่ดีได้จริงๆ แถมสุขภาพร่างกายของเรานั้น ก็มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วยเช่นกัน

ปลอดภัยลดปัญหาเสี่ยงอันตรายต่างๆ จากผลค้างเคียงของการรับประทานยาลดความอ้วนอีกด้วย ฉะนั้นเราสามารถเลือกวิธีการดูแลรักษาหุ่นหรือรูปร่างของเราได้เป็นอย่างดี อยู่ที่ความต้องการที่จะทำหรือความสะดวกสบายในการทำของเรา

แต่การใช้วิธีนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะการรักษาหุ่นทางวิธีธรรมชาตินั้น สามารถใช้ได้ผลจริงๆแต่เราต้องใช้เวลาในการรักษาหุ่นหน่อย นอกจากนั้นจะทำให้เรานั้น มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย เจ็บป่วยได้ยาก มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นสาวๆหลายๆคนสามารถที่จะลองวิธีนี้กันดูได้ ในการทำให้หุ่นเรานั้นดียิ่งขึ้น

 

ขอบคุณ  แทงหวยฮานอย  ที่ให้การสนับสนุน

ล้างหน้าสำหรับคนเป็นสิว

สาวๆหลายคนคงมีปัญหาเรื่องสิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด ซึ่งที่มาของสิวนั้นอาจไม่ปรากฏแน่ชัดว่ามาจากแหล่งใด บางคนอาจจะมีผิวหน้าที่บอบบางและเมื่อเจอกับมลภาวะในปัจจุบันก็อาจจะทำให้เกิดสิวชนิดต่างๆได้

หรือบางคนอาจจะเกิดจากการแต่งหน้าและมีการทำความสะอาดหน้าที่ไม่สะอาดหมดจนก็ได้ ถึงแม้ต้นเหตุของสิวจะเกิดจากหลายๆปัยหาแต่วิธีที่สามารถรับมือกับสิวได้ดีก็คือการทำความสะอาดใบหน้าของเราให้สะอาดเพื่อป้องกันแบคทรีเรียอยู่เสมอ

การล้างหน้าจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กับการใช้สกีนแคร์หรือครีมบำรุงเลย เพราะการล้างหน้าที่ไม่สะอาดนำมาซึ่งสิวอุดตันและปัญหาสิวต่างๆมากมาย ดังนั้นการดูแลรักาผิวหน้าควรเริ่มตั้งแต่การล้าหน้าที่ถูกต้องด้วย และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำรับคนเป็นสิวนั้นควรเลือกที่มีความอ่อนโยนและไม่ระคายเคืองผิวและไม่ทำให้ผิวแห้ง

การล้างหน้าให้สะอาดนั้นก็จะมีขั้นตอนการล้างหน้าอยู่3ขั้นตอนด้วยกันเริ่มจากการใช้คลีนซิ่งในการเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนเป็นขั้นตอนที่ช่วยในการลดการอุดตันของสิวได้ คลีนซิ่งควรเป็นชนิดน้ำไม่มีการผสมของแอลกอฮอร์หรือพาราเบนและมีการทดสอบจากสถาบันผิวหนังว่าไม่เกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิว เพราะอาจจะทำให้หน้านั้นเกิดการระคายเคืองได้ โดยในปัจจุบันนั้นคลีนซิ่งก็มีชนิดต่างๆมากมาย

ให้เลือกและสามารถหาซื้อได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำ แบบเจล และแบบครีม การเลือกคลีนซิ่งก้ควรจะเลือกตามความเหมาะสมของใบหน้าเราด้วยและคลีนซิ่งที่เหมาะสำหรับคนเป็นสิวมากๆก็คือคลีนซิ่งที่ไม่ต้องใช้สำลีในการเช็ดเพราะเนื่องจากใช้สำลีอาจจะเป็นการทำให้ผิวเกิดการอีกเสบจากการเช็ดหรือถูกได้ ดังนั้นคนเป็นสิวจะต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนในการเลือกคลีนซิ่งเลย

เมื่อมีการคลีนซิ่งแล้วจากนั้นก็ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดและใช้กระดาษทิชชู่ที่มีนุ่มหรือกระดาษทิชชู่ที่ไม่ระคายเคืองผิวซับก่อน และล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า โดยโฟมล้างหน้านั้นก็จะต้องเลือกที่เป็นโฟมล้างหน้าสำหรับคนเป็นสิวและสำหรับคนผิวบอบบองเพราะขั้นตอนการล้างหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญ โฟมล้างหน้าจะต้องไม่ทำให้หน้าเราแห้งด้วย เพราะหน้าแห้งก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวเรื้อรังได้และเมื่อล้างหน้าเสร็จก็วับหน้าด้วยกระดาษทิชชู่เช่นเดิม

และตามด้วยการใช้โทนเนอร์ซึ่งขั้นตอนการใช้โทนเนอร์เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะโทนเนอร์จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างเพื่อให้หน้าเราพร้อมรับสิ่งที่จะบำรุงในขั้นตอนถัดไปนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

เหตุผลที่ควรออกกำลังกายท่า SQUAT

ช่วงนี้หลายๆ คน คงต้องอยู่บ้าน และทำงานอยู่ที่บ้าน ด้วยภาวการณ์ที่สถานการณ์ไข้ไวรัสยังคงระบาดอยู่ตอนนี้ จึงทำให้ออกไปไหนไม่ค่อยได้ ดังนั้นควรใช้เวลาที่ว่างจากการเดินทางและนอกเหนือจากการทำงานที่บ้านแล้วมาออกกำลังกายกันเพื่อสุขภาพน่าจะดีที่สุด ด้วยท่าการออกกำลังกายที่มีค่อนข้างมาก

แต่ด้วยเวลาที่มีในแต่ละวันค่อนข้างจำกัด เราจึงอยากแนะนำท่าออกกำลังกายที่จะช่วยให้หุ่นคุณดูฟิต และช่วยให้ท่อนขาของคุณนั้นแข็งแกร่ง และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องของคุณด้วย ซึ่งท่านั้นก็คือ SQUAT ซึ่งเหตุผลที่คุณควรจะออกกำลังกายด้วยท่านี้นั้น ก็เพราะ

  1. จะช่วยให้คุณย่อยอาหารได้ดีขึ้น เพราะทุกครั้งที่ออกกำลังกายด้วยท่านี้ ร่างกายจะได้รับประโยชน์ในการไหลเวียนของเหลวในร่างกาย พร้อมระบบการกำจัดของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกายให้ดีขึ้น เพราะท่านี้จะช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นและนำสารอาหารที่อยู่ในร่างกายไปใช้งานได้ดีเยี่ยม
  2. ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ การออกกำลังกาย เพราะท่านี้คุณสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งได้ และมีประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากับการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ
  3. สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะการออกกำลังกายท่านี้ เมื่อเวลาที่คุณว่าง คุณสามารถใช้พื้นที่ในการออกกำลังกายไม่มาก และสะดวกต่อผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาต้องไปที่ฟิตเนส
  4. ที่สำคัญ การออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดี เพราะการออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้เผาผลาญแคลลอรี่ที่สะสมอยู่ในร่างกายเรา ซึ่งการออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้ร่างกายคุณเบิร์นได้เร็ว ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดดีทีเดียว
  5. ช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ในทุกครั้งที่คุณได้ออกกำลังกายท่านี้ ซึ่งกล้ามเนื้อในร่างกายของคุณจะยืดหยุ่น จากการลุกนั่งแบบขึ้นสุดลงสุด และการออกกำลังกายท่านี้นั้น จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อลดอัตราการเสี่ยงของการบาดเจ็บได้มากกว่าการออกกำลังกายด้วยท่าอื่น และจะทำให้คุณแข็งแรงพร้อมทำให้สัดส่วนของคุณเกิดความสมดุล ทั้งในด้านเอว สะโพก และต้นขา
  6. ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อช่วงล่า เพราะการออกกำลังกายท่านี้นั้น แน่นอนว่า ทุกครั้งที่ได้ออกกำลังกายในท่านี้ สิ่งที่ร่างกายจะได้รับประโยชน์สูงสุด ก็คือกล้ามเนื้อขาของคุณนั่นเอง จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อขา สามารถรองรับน้ำหนักตัวจากการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดี เพราะท่านี้จะทำให้คุณมีรากฐานที่มั่นคงในการออกกำลังกายท่าอื่นๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

กินอาหารรักษาโรค

อาหารนั้นนอกจากการรับประทานเพื่อให้อิ่มท้องแล้ว การเลือกรับประทานให้ถูกก็สามารถช่วยรักษา บรรเทา และป้องกันโรคบางชนิดได้ เพราะด้วยสารอาหาร และคุณโยชน์ในอาหารชนิดนั้น ๆ บางชนิดก็มีส่วนที่ช่วยเสริมสร้าง และป้องกันในส่วนต่าง ๆของร่างกายได้ บทความนี้จึงจะมาบอกเกี่ยวกับประโยชน์ว่าอาหารชนิดไหนให้ประโยชน์อย่างไร และสามารถช่วยรักษาโรคได้อย่างไร

หอยนางรม การรับประทานหอยนางรมในปริมาณที่เหมาะสม สามารถช่วยรักษาอาการของโรคความดันโลหิตสูงได้ เพราะหอยนางรมนั้นเป็นสัตว์ที่มาจากทะเล ทำให้ในตัวของมันมีธาตุเหล็กเป็นจำนวนมากที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ สามารถไปช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนออกซิเจนในร่างกาย จึงส่งผลให้สมองของเราได้รับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่ ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อกไก่ นอกจากจะเป็นอาหารที่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของผู้ออกกำลังกาย เพราะในอกไก่มีปริมาณไขมันน้อย แต่ให้โปรตีนสูง อกไก่ยังเป็นอาหารรักษาอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายได้ เพราะมีสารอาหารบางชนิดที่ส่งผลให้ร่างกายมีความตื่นตัวมากขึ้น และยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย

ข้าวบาร์เลย์ จัดอยู่ในชนิดของธัญพืช อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ข้าวบาร์เลย์มีเส้นใยอาหารในตัวเองมากเมื่อรับประทานเป็นประจำจึงทำให้ขับถ่ายได้สะดวก และยังเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ข้าวบาร์เลย์มีสารอาหารที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้

แอปเปิล การรับประทานแอปเปิลเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดได้ เพราะในแอปเปิลมีสารอาหารที่สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้

วอลนัท จัดเป็นพืชตระกูลถั่ว มีสารที่สำคัญหลายอย่างที่ช่วยในเรื่องของดวงตา ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคที่จะเกิดขึ้นกับดวงตา อาทิ เช่น โรคต้อกระจก โรคต้อหิน เป็นต้น 

เห็ดหอมญี่ปุ่น มีสาร Lentinan สามารถช่วยเข้าไปทำให้เนื้อร้ายในร่างกายที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งเจริญเติบโตได้ช้าลงหรือในผู้ที่ยังไม่เป็นก็สามารถช่วยลดการเกิดของเนื้อร้ายในร่างกายได้ และการรับประทานเห็ดหอมญี่ปุ่นเป็นประจำยังช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงมีอายุยืนยาว เพราะรับประทานเห็ดหอมญี่ปุ่นทุกวันสุขภาพร่างกายจึงแข็งแรง

ข้าวโอ๊ต การรับประทานข้าวโอ๊ตจะช่วยทำให้ผู้ที่มีอาการของโรคนอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ หลับได้ง่ายขึ้นเพราะในข้าวโอ๊ตมีสารบางชนิดที่ช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย จึงทำให้หลับได้ง่ายขึ้น

ขิง มีสรรพคุณช่วยในการรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆได้อย่างมากมาย น้ำของขิงสามารถนำมารับประทานเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้องต่าง ๆได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ไม่ว่าจะวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน การรับประทานน้ำขิงก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ชุดตรวจ hiv

การป้องกันโรคเริม

โรคเริมเป็นอีกโรคที่น่ากลัวสำหรับในหมู่วันรุ่น และสามารถติดต่อโดยการที่เพศสัมพันธ์หรือได้ไปสัมผัสพวกน้ำเหลือง น้ำลายของผู้ป่วย การเป็นโรคเริมยังไม่สามารถมีการรักษาให้หายขาดได้ หากร่ายของเราอ่อนแอหรือภูมิคุมกันน้อยโรคนี้ก็จะแสดงออกอาการออกมาได้ทันที เพราะการเป็นเริมนั้นเมื่อมีการเป็นโรคนี้แล้วมันอยู่กับเราไปตลอด แค่ไม่แสดงอาการออกมา เมื่อเรามีร่างกายที่แข็งแรง

อาการของโรคเริม

อาการโดยรวมของโรคเริมนี้จะมีอาการคล้ายๆกัน จะมีตุ่มน้ำใสๆ บริเวณที่ติดเชื้อและจะมีอาการเจ็บปวด แสบตรงบริเวณที่เป็นแผล ในผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเป็นครั้งแรกจะมีอาการที่รุนแรงและจะทำให้แผลที่เป็นนั้นหายช้ามาก หรือผู้ที่เป็นบ่อยๆแล้วอาการก็จะไม่รุนแรงเท่ารัยและแผลยังจะหายไวด้วย และส่วนมากผู้ที่เป็นโรคเริมนี้จะเจอเป็นแผลอยู่แถวบริเวณปาก บั้นท้าย ทวารหนัก ขา และอวัยวะเพศ อาการรุนแรงของโรคเริมนี้ จะทำให้ผู้ป่วยปวดหัว มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกายแจะพบว่าตุ่มน้ำใสๆนั้นแตกออกมาเป็นแผล และอาจมีอาการของต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นมาได้ แผลจะมีการตกสะเก็ดและแห้ง จะหายภายในและใช้เวลาในการดูแลถึง 2-6สัปดาห์เลยทีเดียว

การป้องกันโรคเริม

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคเริ่มนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของรวมกับผู้ป่วย การมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางอนามัย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ในระหว่างเป็นโรคเริมนี้ควรงดการมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาดในระหว่างทำการรักษาอาจนำเชื้อไปแพร่กับผู้อื่นได้ และกับผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคเริมนี้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการกระตุ้นของโรคนี้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นมาอีก และผู้ป่วยที่มีอาการของโรคเริม เกิดมาเกิน6ครั้งควรไปรับการรักษาจากแพทย์และไปรับยามารับประทาน

ความแตกต่างของโรคเริมกับอาการร้อนใน

โรคร้อนในจะขึ้นอยู่ในบริเวณภายในช่องปาก อย่างลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือกจะมีตุ่มเหมือนกัน จะแตกต่างกันคือร้อนในแผลนั้นไม่สามารถเกิดตกสะเก็ดได้  ส่วนแผลของโรคเริมนั้นจะขึ้นบริเวณปากและแผลยังมีการตกสะเก็ดและสามารถติดต่อไปยังผู้คนอื่นได้ แต่อาการร้อนในนั้นไม่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้เพราะโรคร้อนในไม่ใช่โรคติดต่อ

โรคเริมแม้จะไม่มียาช่วยในการรักษาให้หายขาดได้แต่เราก็ควรจะดูแลตนเองจากโรคนี้ได้ และก็ควรป้องกันตัวเองและศึกษาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรเพื่อไม่ให้เสี่ยงกับโรคร้ายที่อาจจะมาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

ทำอย่างไรดี เมื่อมลภาวะฝุ่นละอองสูงมากขึ้น

ทำอย่างไรดี เมื่อมลภาวะฝุ่นละอองสูงมากขึ้น

1) ลดกิจกรรมนอกบ้าน : อันตรายร้ายแรงที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้จากมลภาวะทางอากาศจะมากขึ้นถ้าทำกิจกรรมนอกบ้านที่ใช้ความรุนแรง ใช้แรงมาก และระดับความร้ายแรงของมลภาวะจะมากน้อยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่อยู่ที่โล่งแจ้ง ทั้งนี้พวกเราสามารถลดอันตรายลงได้โดยลดระดับการใช้กำลัง (ยกตัวอย่างเช่น เดินแทนที่จะวิ่งเหยาะๆ) ลดเวลาอยู่ที่โล่งแจ้งลง และคิดแผนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในระยะเวลาหรือในพื้นที่ที่มีมลภาวะสูง อย่างเช่น บนถนนหนทางที่มีการจราจรขัดข้องและถนนหลวงที่มีผู้ใช้หนาแน่น

2) อยู่ข้างในตึกเมื่อระดับมลภาวะสูง : เมื่อระดับมลภาวะขึ้นสูงขนาดที่เกิดอันตราย ให้พิจารณาการอยู่ด้านในตึกและย้ายไปทำกิจกรรมข้างในตึกแทน ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะออกแรงออกกำลังกายที่โล่งแจ้ง ให้มาออกแรงในโรงยิมแทนเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานที่ที่อากาศสะอาดกว่า

3) ปรับปรุงแก้ไขประสิทธิภาพ คุณภาพอากาศด้านในตึก : ปิดหน้าต่างให้หมดในตอนมลภาวะสูง ปรับแอร์ให้ใช้อากาศด้านในตึกหมุนวนแทนที่จะดึงเอาอากาศด้านนอกเข้ามา ใคร่ครวญการใช้งานเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองหรือเครื่องกรองอนุภาคฝุ่นที่มีสามารถทำงานได้อย่ามีคุณภาพสูง ดังนี้เพื่อลดระดับอนุภาคด้านในตึก ให้ดูแลบริเวณสภาแวดล้อมบ้านไม่ให้มีควัน และหลบหลีกการใช้สิ่งที่มีการเผาไหม้ ยกตัวอย่างเช่น เทียน การปิ้ง หรือสิ่งใดก็แล้วแต่ที่ส่งผลให้เกิดควัน

ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อปกป้องระบบทางเดินหายใจที เมื่อสวมอย่างถูกต้อง หน้ากากจะปกป้องระบบทางเดินหายใจโดยกรองอนุภาคฝุ่นผงที่อยู่ในมลภาวะกลางอากาศได้มากถึงปริมาณร้อยละ 99 (หน้ากาก N95 กรองได้อย่างต่ำจำนวนร้อยละ 95 หน้ากาก N99 กรองได้ร้อยละ 99) แม้กระนั้นหน้ากากกลุ่มนี้จะใช้การได้ดีก็เมื่อสวมอย่างแม่นยำ ด้วยเหตุนี้ จำเป็นต้องมั่นใจว่าสวมตามกรรมวิธีการที่กำหนดไว้แล้วหรือไม่ หมั่นตรวจดูว่าหน้ากากถูกสวมใส่กระชับเข้ากับหน้าอย่างถูกต้องพอดีหรือไม่ จริงๆ แล้ว เราควรจะมีความรู้เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่ช่วยต้านมลภาวะว่ามีความแตกต่างกับหน้ากากที่หมอหรือพยาบาลใส่ในห้องผ่าตัด หรือหน้ากากที่ทำมาจากผ้าหรือกระดาษ – ซึ่งๆหน้ากากเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเลยสำหรับเพื่อการต้านทานมลภาวะกลางอากาศ ที่มีฝุ่นละอองมาก หน้ากาก N95 รวมทั้ง N99 มีขายตามร้านค้าจำนวนมากที่ขายผลิตภัณฑ์ปรับปรุงที่อยู่อาศัยและผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย

สังเกตอาการ : หากมีอาการเรื้อรังตลอด ยกตัวอย่างเช่น การหายใจไม่สะดวก รู้สึกล้ามากขึ้นจากปกติ หรือไอร้ายแรง บางทีอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาที่มีมูลเหตุเกี่ยวกับภาวะปอดหรือหลักการทำงานของปอด รีบหารือกับหมอ หรือถ้ามีลักษณะใหม่ๆ ที่แสดงถึงปัญหาด้านระบบหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ หรือสังเกตว่าสุขภาพแย่ลง

แก้หนาวได้การเลือกทาน ช่วยได้จริงหรือ

หน้าหนาวใครว่าเรื่องกินไม่สำคัญ เพราะว่าการกินก็ช่วยสร้างสุขภาพที่ดีป้องกันการป่วยช่วงหน้าหนาวได้ โดยช่วงนี้ควรจะเน้นการบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรรสเปรี้ยว รสขม และรสเผ็ดร้อน เนื่องจาก
1. สมุนไพรรสเปรี้ยว จะช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ ทำให้ชุ่มคอ ได้แก่ มะเขือเทศ มะนาว มะขาม ผักติ้ว ใบชะมวง

2. สมุนไพรรสขมช่วยแก้ไข้ ต้านการอักเสบ ได้แก่ มะแว้งต้น มะแว้งเครือ มะเขือพวง ขี้เหล็ก

3. สมุนไพรรสเผ็ดร้อนจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นของร่างกาย บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวก และบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ได้แก่ ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ แมงลัก กระเทียม

ด้วยเหตุนี้เอง สมุนไพรรสเปรี้ยว รสขม และรสเผ็ดร้อน จึงทำให้หน้าหนาวนี้เราไม่ป่วยง่ายเพราะมีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้เราแข็งแรงขึ้น เมนูอาหารที่แนะนำ ได้แก่ แกงส้ม ต้มยำ ยำผักสมุนไพร น้ำพริกผักลวก ไก่ผัดขิง ฯลฯ ส่วนน้ำสมุนไพร ได้แก่ น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำกระเจี๊ยบ และน้ำอัญชันมะนาว
นอกจากการกินสมุนไพรเหล่านี้แล้ว ควรรักษาสุขภาพของตนเองให้ดี รักษาความอบอุ่นของร่างกาย ด้วยการสวมเสื้อหนาๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่หนาวเย็น รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว นอนพักผ่อนวันละ 6-8 ชั่วโมง และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

คอเลสเตอรอลสูงกับขึ้นได้กับทุกวัย

ทำไมเราถึงมีคอเลสเตอรอลสูง?
ปัญหาคอเลสเตอรอลสูงคงเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในปัจจุบัน หากมองย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่า ผู้คนในอดีตจะไม่พบปัญหาคอเลสเตอรอลสูงกันสักเท่าไหร่ เพราะในยุคสมัยนั้นอาหารต่างชาติหรือวัฒนธรรมการทานอาหารในรูปแบบอื่นๆ ยังไม่ค่อยมีให้เห็นให้รู้จักกัน อาหารส่วนใหญ่ที่ทานกันก็จะเป็นอาหารไทย แม้ว่าอาหารไทยจะมีกะทิ แต่เราก็ไม่ได้ทานอาหารที่มีกะทิกันทุกมื้อ ยังมีน้ำพริก ผักสด ผักลวก ผลไม้สด หมู ไก่ ปลา ทานกันสดๆ แต่ที่สมัยนี้คนรุ่นใหม่มีปริมาณคอเลสเตอรอลมากกว่า ก็เพราะอาหารที่เราทานเป็นอาหารพลังงานสูง ที่มักมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเขตอากาศหนาวๆ ที่ต้องการพลังงานสูงๆ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายนั่นเอง แต่อาหารเหล่านี้คงไม่เหมาะกับบ้านเราหรือประเทศไทยสักเท่าไหร่ เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อนหรืออยู่ในเขตร้อน การทานอาหารพลังงานสูงจะทำให้ร่างกายเราไม่สามารถเผาผลาญพลังงานที่เกินความจำเป็นได้หมด จึงกลายมาเป็นคอเลสเตอรอลในร่างกายของเรานั่นเอง

ทำไมคนผอมก็มีคอเลสเตอรอลสูงได้?
ความจริงแล้วคอเลสเตอรอลสูง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย เพราะโรคนี้เกิดจากการทานอาหารที่มีพลังงานสูงมากเกินไปทพให้เผาผลาญไม่หมดจนกลายเป็นคอเลสเตอรอลสะสมในร่างกาย แต่ที่ทุกคนชอบบอกว่าอ้วนแล้วระวังคอเลสเตอรอลสูง เพราะว่าคนที่อ้วนส่วนใหญ่มักเกิดจากการกินที่มากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุตรงๆ เลย ของการเกิดคอเลสเตอรอลสูง แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะพบอยู่ในร่างกายของคนที่มีรูปร่างผอม เพราะไขมันในเลือดที่เราพบนั้น เป็นคนละส่วนกับไขมันที่สะสมอยู่ตามผิวหนัง เพราะฉะนั้นในทางกลับกัน คนอ้วนก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะเป็นคนที่มีไขมันในเลือดสูง แต่อาจจะแค่มีไขมันสะสมอยู่ตามร่างกายมากกว่าเท่านั้นเอง

คอเลสเตอรอล เป็นสิ่งไม่ดี กำจัดออกไปให้หมด?
คอเลสเตอรอลในร่างกายไม่ใช่ว่าต้องกำจัดออกให้หมดไป เพราะคอเลสเตอรอลที่อยู่ในอาหาร และร่างกายของเรา จะถูกแบ่งเป็นคอเลสเตอรอลดี และไม่ดี ส่วนที่ไม่ดีทุกคนรู้จักกันในนาม LDL หรือเรียกว่าไขมันเลวเพราะถูกย่อยมาจากคอเลสเตอรอลอีกที เป็นสาเหตุของโรคอ้วน ไขมันอุดตันเส้นเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบ และอื่นๆ ส่วนดีของคือเป็นส่วนประกอบของผนังกล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มเซลล์ เป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนอื่นๆ บางชนิด และสร้างน้ำดีที่ใช้ในการดูดซึมไขมันนั่นเอง

กังวลใจ กับโรคของผู้สูงอายุ โรคสมองเสื่อม

ผู้สูงอายุกับภาวะสมองเสื่อมนับเป็นของคู่กัน ซึ่งหากพบความผิดปกติหรืออาการสมองเสื่อมควรรีบมาพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำบางส่วนเพื่อจะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที และจำนวนมากชะลอโรคได้ถ้าพบระยะแรก พร้อมแนะนำวิธีป้องกันโรคสมองเสื่อม

สมองเสื่อม คืออะไร?
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า อาการสมองเสื่อมคือภาวะที่มีการสูญเสียความสามารถทางสมอง เช่น ความจำ การรับรู้ ความเข้าใจ การใช้ภาษา ทิศทาง การใช้เหตุผลและการแก้ปัญหา มีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมและบุคลิกภาพ โดยมีผลกระทบต่อความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันและการเข้าสังคม และสมองเสื่อมเป็นภาวะที่อยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้นตามภาวะสังคมสูงวัย

แต่ก่อนเราต่างเข้าใจกันว่าภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้ว มันเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมหัน เพราะยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนมากที่ไม่ได้มีอาการสมองเสื่อม หากญาติหรือคนใกล้ชิดให้ความสำคัญในการสังเกตความผิดปกติและรีบนำมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย บางส่วนสามารถแก้ไขได้และจำนวนมากชะลอโรคได้ถ้าพบในระยะแรก

สาเหตุของโรคสมองเสื่อม
นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุของโรคสมองเสื่อมเกิดจากหลายปัจจัยที่สำคัญ เช่น การเสื่อมของเซลล์สมอง ขาดวิตามินบี 1 หรือบี 12 ติดเชื้อในสมอง การแปรปรวนของระบบเมตาโบลิกในร่างกาย เนื้องอกในสมอง เป็นต้น ซึ่งชนิดของโรคสมองเสื่อมที่พบมากที่สุดคือ อัลไซเมอร์ และโรคหลอดเลือดสมอง

วิธีป้องกัน “สมองเสื่อม” ในผู้สูงอายุ

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสาเหตุของอาการสมองเสื่อมบางประเภทจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น สมองเสื่อมอัลไซเมอร์ที่เกิดจากพันธุกรรม แต่ว่าการป้องกันการเกิดอาการสมองเสื่อมก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ได้แก่

  1. เลือกอาหารที่เหมาะสม รับประทานให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
  2. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  3. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์
  4. หลีกเลี่ยงกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง
  5. ไม่สูบบุหรี่ หรืออยู่ในที่ๆมีควันบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า
  6. พยายามฝึกสมองให้คิดบ่อยๆ เช่น อ่านและเขียนหนังสือบ่อยๆ เล่นเกมส์ตอบปัญหา นับเลขถอยหลัง
  7. หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง
  8. พบปะพูดคุยกับผู้อื่นบ่อยๆ หากิจกรรมเพื่อคลายเครียด เช่น เข้าชมรมผู้สูงอายุ เป็นจิตอาสาในโรงพยาบาล
  9. ตรวจสุขภาพประจำปี
  10. ถ้ามีโรคประจำตัวต้องติดตามการรักษาเป็นระยะ นอกจากรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์แล้วต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อควบคุมอาการของโรคร่วมด้วย โดยเฉพาะโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
  11. ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่อสมอง โดยเฉพาะการหกล้ม