อ่านก่อนที่จะแคะหูลูกน้อย 

ช้าก่อน ! ก่อนที่เรานั้นจะแคะหูของลูกเรานั้นอยากให้มาอ่านทางนี้ก่อนเพื่อที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับขี้หูของลูกน้อยของเราว่าขี้หูนั้นมีดีหรือเปล่าเราควรที่จะทำความสะอาดไหมเพราะว่าขี้หูของลูกน้อยนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณแม่ๆนั้นคิดนะเราอยากให้คุณแม่นั้นลองมาอ่านก่อนว่าทำไมเพราะอะไรเราถึงไม่แนะนำให้แคะขี้หูของลูกทั้งที่เรานั้นดูแล้วไม่สะอาดวันนี้เราจะมาอธิบายว่าเพราะอะไรเราถึงไม่อยากให้คุณแม่ๆนั้นแคะขี้หูของลูกน้อยกันเพราะว่าขี้หูของลูกนั้นช่วยอะไรได้บ้าง

ขี้หูของลูกน้อยเป็นการรวมตัวของไขมันที่ถูกขับออกมาอยู่ที่ชั้นนอกของเรารวมตัวกับผิวหนังชั้นบนจึงทำให้หลุดออกมาโดยที่จะมีสีที่แตกต่างกัน  เช่น  สีเหลือง  น้ำตาลเข้ม หรือสีแดงการสะสมของขี้หูนั้นสามารถหลุดออกมาได้เองและก็จะไม่เคลื่อนเข้าไปยังส่วนลึกของหูดังนั้นคุณแม่ๆนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องแคะขี้หูลูกน้อยเลย  ส่วนประโยชน์ของขี้หูนั้นในเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีนั้น

ขี้หูจะช่วยป้องกันผิวหนังของรูหูจากสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ  ฝุ่น ละอองรวมไปถึงเชื้อโรค  เหตุผลที่เรานั้นไม่ควรแคะขี้หูลูกนั้น  เราได้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรค  คอ  หู  จมูก  ให้สำภาษณ์เกี่ยวกับการใช้ไม้แคะหูเมื่อเรานั้นคันหู  หรือว่าใช้ไม้พันสำลีเช็ดในรูหูหลังอาบน้ำหรือว่าสระผม  หรือว่าเรานั้นใช้ไม่พันสำลี  แคะ ปั่น หรือว่าแหย่  เข้าไปในรูเพื่อแก้คันหรือเพื่อเอาน้ำ เอาขี้หูออกมา  เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะอะไร 

  1. การใช้คอตตอนบัดที่มีขนาดใหญ่ที่เท่ารูหูเข้าปั่นในหูเท่ากับเป็นการดันขี้หูให้ลึกเข้าไปอีกในชั้นในของหูจะเกิดปัญหาขี้หูอุดตันตามมา ส่งผลทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัดเจนต้องมาพบคุณหมอให้หยอดยาและดูดขี้หูออกซึ่งถ้าเป็นผู้ที่ไม่มีความชำนาญก็อาจจะเสี่ยงต่อน้ำหนวกได้ จะมีผู้ป่วยประเภทนี้ได้เดือนละประมาณ  หนึ่งร้อยกว่ารายที่เข้ามารักษาเกี่ยวกับเรื่องหู
  2. หากใช้คอนตอนบัดที่ไม่สะอาดมาใช้แคะหูจะทำให้เกิดอันตรายในขณะแคะหูและถ้าติดเชื้อนั้นทั้งแบคทีเรีย  เชื้อรา หรือถ้าหากแคะลึกเกินไปก็อาจจะทำให้แก้วหูนั้นทะลุได้ 
  3. แล้วการทำความสะอาดรูหูด้วยการใช้แอลกอฮอล์ชุบที่คอตตอนบัดแล้วเอามาเช็ดหรือว่าปั่นที่รูหูนั้นก็ไม่ควรที่จะทำเพราะว่าแอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่แค่ฆ่าเชื้ออย่างเดียวแต่อาจจะทำให้บริเวณใบหูนั้นแห้งหากแอลกอฮอล์นั้นไหลเข้าไปในบริเวณชั้นในของรูหูนั้นก็อาจจะทำให้แผลที่เรานั้นปั่นเกิดถลอกอยู่แล้วก็อาจจะเกิดอาการระคายเคืองได้
  4. ส่วนในกรณีที่เป็นเด็กทารกนั้นเรานั้นแนะนำเวลาที่คุณแม่นั้นจะอาบน้ำแต่กลัวว่าน้ำจะเข้ารูหูลูกนั้นให้ใช้สำลีปั้นเป็นก้อนเท่ากับนิ้วเราแล้วเอาไปอุดที่รูหูของลูกน้อยที่เวลาจะอาบน้ำหรือว่าสระผม

 

สนับสนุนโดย  หวยฮานอยเล่นยังไง

โรคระบาดโควิด19จะจบลงเมื่อไหร่

สถานการณ์ของโควิด19นั้นถ้าหากว่ามันจะต้องอยู่กับเราไปอีกสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะสามารถเกิดความเป็นไปได้แบบไหนได้บ้าง สถานการณ์การแพร่ระบาดนี้ถูกนำมาวิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบกับโรคไข้หวัดใหญ่ในอดีตโดยศูนย์วิจัยอย่างCIDRAPของมหาวิทยาลัย Minnesota  ได้มีการเผยแพร่ผลวิเคราะห์ออกมาเกี่ยวกับสถานการณ์การคาดการณ์เกี่ยวกับ

สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด19ซึ่งอาจจะมีการระบาดและต้องควบคุมในระยาวไปจนถึงปี 2022เลยทีเดียว โดยการวิเคราะห์ครั้งนี้นั้นนักวิจัยมีการนำโมเดลในการระบาดครั้งใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมานั้นโดยการใช้หลายๆช่วงมาใช้ในการวิเคราะห์ให้เห็นถึงค่าเฉลี่ยและเห็นถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดสามรูปแบบด้วยกัน 

สาเหตุที่มีการใช้โมเดลในการระบาดของไข้หวัดใหญ่นั้นมาเป็นตัวเปรียบเทียบก็เพราะลักษณะของการแพร่ระบาดของโรคโควิด19มีความคล้ายกับไข้หวัดใหญ่นั่นเอง เป็นโรคที่อุบัติใหม่ในสมัยนั้นเป็นโรคที่คนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นยังไม่มีภูมิคุ้มกัน มีการแพร่กระจายเป็นลักษณะมูลฝอยขนาดเล็กและเป็นโรคที่มีการระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วเหมือนกับโควิด19เหมือนกันด้วย อย่างไรก็ตามความแตกต่างของทั้งสองโรคนี้นั้นมีอยู่เล็กน้อย

ก็คือของระยะการฝักตัวของเชื้อนั่นเอง ซึ่งไข้หวัดใหญ่นั้นระยะฝีกตัวและการแสดงอาการจะใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆ โดยใช้เวลาประมาณ4วันเพียงเท่านั้นแต่ต่างกับโควิด19 จะใช้ระยะเวลาในการฝักตัวค่อนข้างยาวนาน2-14วันเลยทีเดียว ด้วยระยะเวลาการฝักตัวที่นานนั้นทำให้สามารถเกิดการการแพร่กระจายของเชื้อได้มากกว่าเพราะว่าหลายๆคนที่เป็นโรคระบาดนี้นั้นเป็นพาหะในขณะที่เขาไม่รู้ตัวนั่นเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติเชื้อที่ไม่มีการแสดงออกมา ในโรคโควิด19จึงเป็นโรคระบาดที่สามารถมีการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มากกว่าโรคระบาดอย่างไข้หวัดใหญ่ จึงเป็นสิ่งที่โควิด19 นั้นมีความน่ากลัวกว่านั่นเองและเป็นโรคระบาดที่มีการมาเร่งงานปอดของเราเป็นหลักด้วย

การวิเคราะห์ไปจนถึงปลายปี 2022เพราะว่ามีการเทียบกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกครั้งล่าสุดที่กินระยะเวลาในการระบาดและกว่าจะสามารถหยุดเชื้อได้ถึง18ถึง24เดือนนั่นเองและทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าโรคระบาดอย่างโควิด19นั้นจะจบลงภายในปี 2022

มันอาจจะจบเร็วกว่านั้นหรือช้ากว่านั้นก็ได้นั่นเอง ขึ้นอยู่กับมาตรการในการควบคุมโรคและจำนวนผู้ติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันของแต่ละคน ภูมิคุ้มกันหมู่หรือวัคซีนที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วอย่างที่หลายๆคนภาวนาก็เป็นไปได้เช่นกัน ดังนั้นแล้วก็ต้องมาลุ้นกันว่าโรคระบาดอย่าง โควิด19นั้นจะเป็นไปในทิศทางใดนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีสมัครเล่นหวยฮานอย

รู้หรือไม่ว่าโรค Liver Cirrhosis คืออะไร

        สำหรับโรค  Liver Cirrhosis หรือชื่อไทยคือโรคตับแข็งนั้น เกิดขึ้นได้จากเนื้อเยื่อของตับถูกทำลายเป็นเวลายาวนาน โดยสาเหตุที่ตับถูกทำลายนั้นมีหลายสาเหตุด้วยกัน เมื่อตับมีแผลและมีพังผืดขึ้น ก็จะทำให้ตับไม่สามารถที่จำทำงานได้เป็นปกติ บ่อยครั้งที่เราจะได้ยินว่าตับวายเฉียบพลัน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ตับวายเฉียบพลันนั้นก็มาจากสาเหตุที่ตับทำงานผิดปกติและเมื่อเป็นมากๆเข้าก็หยุดทำงานจนกลายเป็นตับวายเฉียบพลันนั่นเอง

           คุณรู้หรือไม่ว่าตับมีความสำคัญกับคนเรามากแค่ไหน โดยการทำงานของตับนั้นจะมีตั้งแต่ช่วยกรองสารอาหารที่สำคัญกลับเข้าสู่กระแสเลือดและกรองของเสียออกจากร่างกาย และช่วยในการขนส่งออกซิเจนและอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นเมื่อพบปัญหาว่าตับมีการทำงานที่ผิดปกติ การทำงานของระบบในร่างกายส่วนอื่นๆก็จะมีผลกระทบด้วยเช่นกัน

สำหรับคนที่เป็นโรคตับแข็งนั้นในช่วงแรกจะไม่มีอาการอะไรที่สามารถสังเกตได้เลย จะพบอาการก็ต่อเมื่อตับมีการถูกทำลายไปมากแล้ว ซึ่งจะรู้ได้จากความผิดปกติเหล่านี้คือ มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เกิดรอยซ้ำหรือห้อเลือดได้เองโดยที่ไม่ได้ทำ  คันตามผิวหนัง มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง และมีเลือดออกได้ง่าย มีอาการมือเท้าบวม และคลื่นไส้ที่สำคัญคือมีเส้นเลือดฝอยมากจนผิดปกติและน้ำหนักลด ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้มีผลมาจากภาวะตับแข็ง ต้องรีบไปตรวจรักษากับแพทย์

           ส่วนสาเหตุที่คนส่วนใหญ่เป็นโรคตับแข็งก็เพราะว่า 

–  เป็นผู้ที่ชอบดื่มสุราติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือภาษาชาวบ้านคือติดเหล้า

–  เกิดจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว คือ โรคไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งถ้าใครเป็น 2 โรคนี้ก็มักจะมีผลต่อมา เป็นโรคตับแข็งได้ 

–  และคนที่เป็นโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานก็สามารถเป็นตับแข็งได้ เพราะจะมีไขมันสะสมในร่างกายเยอะซึ่งทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ

          นอกจาก 3 สาเหตุหลักๆนี้แล้ว  การได้รับสารพิษ  การติดเชื้อปรสิต หรือแม้แต่มีโรคอื่นๆ เช่น โรคภาวะท่อน้ำดีอุดตัน หรือการรับประทานยาหรือสมุนไพรติดต่อกันเป็นเวลานาน ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะตับแข็งได้ทั้งสิ้น

          สำหรับโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงรักษาเพื่อประคับประคองอาการเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องดูอาการของโรคเป็นหลักในการรักษา บางรายอาจมีการเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ แต่เราสามารถควบคุมโรคนี้ได้เอง ด้วยการหยุดกินเหล้า ลดน้ำหนักและกินยาเพื่อควบคุมโรคไวรัสตับอักเสบอาจกล่าวได้ว่าเมื่อเราเป็นโรคตับแข็งแล้วไม่มีทางรักษาได้ ทำได้เพียงไม่ให้อาการทรุดเร็วเท่านั้น ดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นโรคนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ ไม่ควรกินอาหารสุกๆดิบๆ และควรลดน้ำหนักที่สำคัญคือโรคไวรัสตับอักเสบสามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นก่อนมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางทุกครั้ง

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

ประโยชน์ของการกินอาหารเช้า

ใช่ค่ะเท่าที่เรารู้กันว่าการกินอาหารเช้านั้นสำคัญแต่คนส่วนใหญ่ไม่กินอาหารเช้า นั่นอาจจะทำให้เกิดการเป็นโรคได้เลยนะค่ะการกินอาหารเช้าทำให้เราไม่ป่วยง่ายไม่เป็นโรค พวกคุณรู้ไหมว่าการกินอาหารเช้านั้นทำให้ไม่เกิดโรคและยังทำให้เราไม่อ้วนด้วยนะ เรามาดูวิธีการกินอาหารแล้วคุณประโยชน์ของอาหารเช้ากันค่ะ

อาหารเช้าช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพของสมอง  ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนโตอาหารเช้านั้นสำคัญต่อร่างกายมาก เพราะอาหารเช้านั้นไปเลี้ยงสมอง ช่วยให้เรามีสมองที่คิดดี อย่างเช่นถ้าเป็นเด็กนักเรียน เวลาไปโรงเรียน เราก็จะเรียนหนังสือรู้เรื่อง เพราะว่าเรากินอาหารเช้าทำให้เราเรียนรู้เรื่องเข้าใจในการทำงาน ส่วนคนโตก็เหมือนกันเหมือนกันทำให้เราทำงาน เรียนรู้เกี่ยวกับงานที่รู้เรื่อง ถ้าเราไม่กินอาหารเช้า จะทำให้เราอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ดังนั้นเราควรหันมากินอาหารเช้ากันนะค่ะ

อาหารเช้าช่วยป้องกันโรคอ้วน  เพราะร่างกายเรานั้นหลับตอนกลางคืนนานในช่วงเวลาที่เรานอนนั้นร่างกายยังไม่ได้รับอาหารอะไรถ้าเราไม่กินอาหารในตอนเช้าเท่ากับเราอดอาหารนั้นไปนานมาก ยังส่งร้ายให้กับระบบน้ำตาลในเลือดลงต่ำลง แล้วพอถึงเวลาตอนเที่ยงที่เรากินอาหารจะให้เรานั้นอยากกินแต่ของทอดจำพวกไขมันเยอะ ในตอนเที่ยงและตอนเช้า เพราะดังนั้นทำให้เราเป็นโรคอ้วนต่อมา  คราวนี้สาวๆต้องรู้แล้วว่ามื้อเช้านั้นสำคัญ

อาหารเช้าช่วยลดการเป็นนิ่ว ถ้าเราไม่กินอาหารเช้าในตอนเช้าเป็นเวลานานๆจะทำให้เราเป็นนิ่ว เพราะจะส่งผลให้คอเลตเตอรอลนั้นเกาะในถุงน้ำดีแล้วสะสมเป็นเวลานานๆจะทำให้กลายเป็นนิ่ว นอกจากเรากินอาหารเช้าแล้วจะช่วยในระบบละลายในถุงน้ำดี และคอเลตตอรอล เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดอาการเกิดนิ่วได้แล้ว  

อาหารเช้าช่วยลดการเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ  ผลวิจัยแห่งอเมริกา ได้ระบุไว้ว่าการกินอาหารเช้าอย่างต่อเนื่องละประจำนั้นใช่ทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมองนั้นไม่เหนียว เพราะปกติในเวลาตอนเช้าเส้นเลือดในสมองคนเรานั้นเหนียวหนืดมากจะให้เราเป็นเส้นเลือดในสมองนั้นตีบ หรือแตกตันได้ เพียงแค่เรา เรากินอาหารเช้านั้นตามปกติและทำเป็นทุกวันแค่นี้ร่างกายจะได้อาหารเช้าแล้วยังช่วยให้สมองของเราไม่ตีบหรือตันอีกด้วย  

อาหารเช้าลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย  เพียงแค่คุณกินอาหารเช้าเป็นประจำ ช่วยลดการเป็นเบาหวานไดถึง35/50เลยที่เดียวนะ เพียงแค่นี้เองที่เราจะลดการเบาหวานเพียงแค่เรากินอาหารเช้าทุกวัน 

เห็นไหมค่ะแค่เรากินอาหารเช้าทุกวันก็ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีและยังไม่มีโรคภัยอีกด้วย มีแต่ดีกับดี ดังนั้นเราทุกคนควรกินอาหารเช้ากันนะค่ะ 

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

หุ่นดีปลอดภัย

เป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายๆคนนั้น มีความกังวลใจอย่างมากๆ เพราะการที่มีหุ่นที่ไม่ดีนั้น สร้างความไม่มั่นใจให้แก่สาวๆนั่นเอง เพราะฉะนั้นสาวเริ่มมีความสนใจในการดูแลรักษาร่างกายตัวเองกันอย่างมาก เพื่อให้เรานั้นออกมาดูดีที่สุด ดูสวย ดูหุ่นดีผิวพรรณดี ฉะนั้นสาวๆหลายๆคนจะเริ่มหาวิธีต่างๆ

ในการดูแลตัวเองให้อย่างดีที่สุด เพื่อให้เรานั้นดูดี ดูสวยมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นการดูแลตัวเองของแต่ละคนนั้น ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นเราจะมาแนะนำการทำให้หุ่นดีมากยิ่งขึ้นกัน

การดูแลรักษาหุ่น

ผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นอยากมีหุ่นหรือมรูปร่างที่มีความดูดีกันทั้งนั้น บางคนอาจจะรับประทานยาลดความอ้วนร่วมด้วย ซึ่งวิธีการดูแลแบบนั้น ถือว่าผิดอย่างมากๆในการดูแลรักษาตัวเองให้มีหุ่นที่ดี เพราะการทำแบบนั้น อาจจะทำให้เกิดผลเสียแก่ร่างกายของเราแทนก็ได้ ฉะนั้นเราต้องมองหาวิธีใหม่ที่ดีกว่าและปลอดภัย ที่สำคัญสำคัญสามารถทำได้ง่ายๆกว่า นั่นก็คือการทานอาหารที่มีประโยชน์นั่นเอง

การเลือกรับประทานอาหารนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการดูแลสุขภาพร่างกายหรือหุ่นของเรานั่นเอง เราต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อช่วยเสริมสร้างในส่วนต่างๆของร่างกายของเรา ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญต้องรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่อีกด้วย นอกจากนั้นการที่เราออกกำลังกายร่วมด้วยจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ

เพราะนอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มรสารอาหารที่ดีแล้วนั้น จะต้องการออกกำลังอย่างน้อยสัปดาห์ละสามหรือสี่วัน เพื่อที่จะช่วยให้ร่างกายและรูปร่างของเรานั้น มีความแข็งแรงและกระชับขึ้น การที่เราใช้วิธีการรักษาหุ่นตามธรรมชาตินั้น อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยแต่มันสามารถทำให้เรานั้น มีหุ่นและรูปร่างที่ดีได้จริงๆ แถมสุขภาพร่างกายของเรานั้น ก็มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วยเช่นกัน

ปลอดภัยลดปัญหาเสี่ยงอันตรายต่างๆ จากผลค้างเคียงของการรับประทานยาลดความอ้วนอีกด้วย ฉะนั้นเราสามารถเลือกวิธีการดูแลรักษาหุ่นหรือรูปร่างของเราได้เป็นอย่างดี อยู่ที่ความต้องการที่จะทำหรือความสะดวกสบายในการทำของเรา

แต่การใช้วิธีนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะการรักษาหุ่นทางวิธีธรรมชาตินั้น สามารถใช้ได้ผลจริงๆแต่เราต้องใช้เวลาในการรักษาหุ่นหน่อย นอกจากนั้นจะทำให้เรานั้น มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย เจ็บป่วยได้ยาก มีภูมิต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นสาวๆหลายๆคนสามารถที่จะลองวิธีนี้กันดูได้ ในการทำให้หุ่นเรานั้นดียิ่งขึ้น

 

ขอบคุณ  แทงหวยฮานอย  ที่ให้การสนับสนุน

ล้างหน้าสำหรับคนเป็นสิว

สาวๆหลายคนคงมีปัญหาเรื่องสิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด ซึ่งที่มาของสิวนั้นอาจไม่ปรากฏแน่ชัดว่ามาจากแหล่งใด บางคนอาจจะมีผิวหน้าที่บอบบางและเมื่อเจอกับมลภาวะในปัจจุบันก็อาจจะทำให้เกิดสิวชนิดต่างๆได้

หรือบางคนอาจจะเกิดจากการแต่งหน้าและมีการทำความสะอาดหน้าที่ไม่สะอาดหมดจนก็ได้ ถึงแม้ต้นเหตุของสิวจะเกิดจากหลายๆปัยหาแต่วิธีที่สามารถรับมือกับสิวได้ดีก็คือการทำความสะอาดใบหน้าของเราให้สะอาดเพื่อป้องกันแบคทรีเรียอยู่เสมอ

การล้างหน้าจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กับการใช้สกีนแคร์หรือครีมบำรุงเลย เพราะการล้างหน้าที่ไม่สะอาดนำมาซึ่งสิวอุดตันและปัญหาสิวต่างๆมากมาย ดังนั้นการดูแลรักาผิวหน้าควรเริ่มตั้งแต่การล้าหน้าที่ถูกต้องด้วย และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำรับคนเป็นสิวนั้นควรเลือกที่มีความอ่อนโยนและไม่ระคายเคืองผิวและไม่ทำให้ผิวแห้ง

การล้างหน้าให้สะอาดนั้นก็จะมีขั้นตอนการล้างหน้าอยู่3ขั้นตอนด้วยกันเริ่มจากการใช้คลีนซิ่งในการเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมดก่อนเป็นขั้นตอนที่ช่วยในการลดการอุดตันของสิวได้ คลีนซิ่งควรเป็นชนิดน้ำไม่มีการผสมของแอลกอฮอร์หรือพาราเบนและมีการทดสอบจากสถาบันผิวหนังว่าไม่เกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิว เพราะอาจจะทำให้หน้านั้นเกิดการระคายเคืองได้ โดยในปัจจุบันนั้นคลีนซิ่งก็มีชนิดต่างๆมากมาย

ให้เลือกและสามารถหาซื้อได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำ แบบเจล และแบบครีม การเลือกคลีนซิ่งก้ควรจะเลือกตามความเหมาะสมของใบหน้าเราด้วยและคลีนซิ่งที่เหมาะสำหรับคนเป็นสิวมากๆก็คือคลีนซิ่งที่ไม่ต้องใช้สำลีในการเช็ดเพราะเนื่องจากใช้สำลีอาจจะเป็นการทำให้ผิวเกิดการอีกเสบจากการเช็ดหรือถูกได้ ดังนั้นคนเป็นสิวจะต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนในการเลือกคลีนซิ่งเลย

เมื่อมีการคลีนซิ่งแล้วจากนั้นก็ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดและใช้กระดาษทิชชู่ที่มีนุ่มหรือกระดาษทิชชู่ที่ไม่ระคายเคืองผิวซับก่อน และล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า โดยโฟมล้างหน้านั้นก็จะต้องเลือกที่เป็นโฟมล้างหน้าสำหรับคนเป็นสิวและสำหรับคนผิวบอบบองเพราะขั้นตอนการล้างหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญ โฟมล้างหน้าจะต้องไม่ทำให้หน้าเราแห้งด้วย เพราะหน้าแห้งก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวเรื้อรังได้และเมื่อล้างหน้าเสร็จก็วับหน้าด้วยกระดาษทิชชู่เช่นเดิม

และตามด้วยการใช้โทนเนอร์ซึ่งขั้นตอนการใช้โทนเนอร์เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะโทนเนอร์จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างเพื่อให้หน้าเราพร้อมรับสิ่งที่จะบำรุงในขั้นตอนถัดไปนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

เหตุผลที่ควรออกกำลังกายท่า SQUAT

ช่วงนี้หลายๆ คน คงต้องอยู่บ้าน และทำงานอยู่ที่บ้าน ด้วยภาวการณ์ที่สถานการณ์ไข้ไวรัสยังคงระบาดอยู่ตอนนี้ จึงทำให้ออกไปไหนไม่ค่อยได้ ดังนั้นควรใช้เวลาที่ว่างจากการเดินทางและนอกเหนือจากการทำงานที่บ้านแล้วมาออกกำลังกายกันเพื่อสุขภาพน่าจะดีที่สุด ด้วยท่าการออกกำลังกายที่มีค่อนข้างมาก

แต่ด้วยเวลาที่มีในแต่ละวันค่อนข้างจำกัด เราจึงอยากแนะนำท่าออกกำลังกายที่จะช่วยให้หุ่นคุณดูฟิต และช่วยให้ท่อนขาของคุณนั้นแข็งแกร่ง และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องของคุณด้วย ซึ่งท่านั้นก็คือ SQUAT ซึ่งเหตุผลที่คุณควรจะออกกำลังกายด้วยท่านี้นั้น ก็เพราะ

  1. จะช่วยให้คุณย่อยอาหารได้ดีขึ้น เพราะทุกครั้งที่ออกกำลังกายด้วยท่านี้ ร่างกายจะได้รับประโยชน์ในการไหลเวียนของเหลวในร่างกาย พร้อมระบบการกำจัดของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกายให้ดีขึ้น เพราะท่านี้จะช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นและนำสารอาหารที่อยู่ในร่างกายไปใช้งานได้ดีเยี่ยม
  2. ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ การออกกำลังกาย เพราะท่านี้คุณสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งได้ และมีประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากับการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ
  3. สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะการออกกำลังกายท่านี้ เมื่อเวลาที่คุณว่าง คุณสามารถใช้พื้นที่ในการออกกำลังกายไม่มาก และสะดวกต่อผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาต้องไปที่ฟิตเนส
  4. ที่สำคัญ การออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดี เพราะการออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้เผาผลาญแคลลอรี่ที่สะสมอยู่ในร่างกายเรา ซึ่งการออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้ร่างกายคุณเบิร์นได้เร็ว ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดดีทีเดียว
  5. ช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ในทุกครั้งที่คุณได้ออกกำลังกายท่านี้ ซึ่งกล้ามเนื้อในร่างกายของคุณจะยืดหยุ่น จากการลุกนั่งแบบขึ้นสุดลงสุด และการออกกำลังกายท่านี้นั้น จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อลดอัตราการเสี่ยงของการบาดเจ็บได้มากกว่าการออกกำลังกายด้วยท่าอื่น และจะทำให้คุณแข็งแรงพร้อมทำให้สัดส่วนของคุณเกิดความสมดุล ทั้งในด้านเอว สะโพก และต้นขา
  6. ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อช่วงล่า เพราะการออกกำลังกายท่านี้นั้น แน่นอนว่า ทุกครั้งที่ได้ออกกำลังกายในท่านี้ สิ่งที่ร่างกายจะได้รับประโยชน์สูงสุด ก็คือกล้ามเนื้อขาของคุณนั่นเอง จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อขา สามารถรองรับน้ำหนักตัวจากการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดี เพราะท่านี้จะทำให้คุณมีรากฐานที่มั่นคงในการออกกำลังกายท่าอื่นๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

กินอาหารรักษาโรค

อาหารนั้นนอกจากการรับประทานเพื่อให้อิ่มท้องแล้ว การเลือกรับประทานให้ถูกก็สามารถช่วยรักษา บรรเทา และป้องกันโรคบางชนิดได้ เพราะด้วยสารอาหาร และคุณโยชน์ในอาหารชนิดนั้น ๆ บางชนิดก็มีส่วนที่ช่วยเสริมสร้าง และป้องกันในส่วนต่าง ๆของร่างกายได้ บทความนี้จึงจะมาบอกเกี่ยวกับประโยชน์ว่าอาหารชนิดไหนให้ประโยชน์อย่างไร และสามารถช่วยรักษาโรคได้อย่างไร

หอยนางรม การรับประทานหอยนางรมในปริมาณที่เหมาะสม สามารถช่วยรักษาอาการของโรคความดันโลหิตสูงได้ เพราะหอยนางรมนั้นเป็นสัตว์ที่มาจากทะเล ทำให้ในตัวของมันมีธาตุเหล็กเป็นจำนวนมากที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ สามารถไปช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนออกซิเจนในร่างกาย จึงส่งผลให้สมองของเราได้รับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่ ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อกไก่ นอกจากจะเป็นอาหารที่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของผู้ออกกำลังกาย เพราะในอกไก่มีปริมาณไขมันน้อย แต่ให้โปรตีนสูง อกไก่ยังเป็นอาหารรักษาอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายได้ เพราะมีสารอาหารบางชนิดที่ส่งผลให้ร่างกายมีความตื่นตัวมากขึ้น และยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย

ข้าวบาร์เลย์ จัดอยู่ในชนิดของธัญพืช อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ข้าวบาร์เลย์มีเส้นใยอาหารในตัวเองมากเมื่อรับประทานเป็นประจำจึงทำให้ขับถ่ายได้สะดวก และยังเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ข้าวบาร์เลย์มีสารอาหารที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้

แอปเปิล การรับประทานแอปเปิลเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดได้ เพราะในแอปเปิลมีสารอาหารที่สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้

วอลนัท จัดเป็นพืชตระกูลถั่ว มีสารที่สำคัญหลายอย่างที่ช่วยในเรื่องของดวงตา ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคที่จะเกิดขึ้นกับดวงตา อาทิ เช่น โรคต้อกระจก โรคต้อหิน เป็นต้น 

เห็ดหอมญี่ปุ่น มีสาร Lentinan สามารถช่วยเข้าไปทำให้เนื้อร้ายในร่างกายที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งเจริญเติบโตได้ช้าลงหรือในผู้ที่ยังไม่เป็นก็สามารถช่วยลดการเกิดของเนื้อร้ายในร่างกายได้ และการรับประทานเห็ดหอมญี่ปุ่นเป็นประจำยังช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงมีอายุยืนยาว เพราะรับประทานเห็ดหอมญี่ปุ่นทุกวันสุขภาพร่างกายจึงแข็งแรง

ข้าวโอ๊ต การรับประทานข้าวโอ๊ตจะช่วยทำให้ผู้ที่มีอาการของโรคนอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ หลับได้ง่ายขึ้นเพราะในข้าวโอ๊ตมีสารบางชนิดที่ช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย จึงทำให้หลับได้ง่ายขึ้น

ขิง มีสรรพคุณช่วยในการรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆได้อย่างมากมาย น้ำของขิงสามารถนำมารับประทานเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้องต่าง ๆได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ไม่ว่าจะวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน การรับประทานน้ำขิงก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ชุดตรวจ hiv

การป้องกันโรคเริม

โรคเริมเป็นอีกโรคที่น่ากลัวสำหรับในหมู่วันรุ่น และสามารถติดต่อโดยการที่เพศสัมพันธ์หรือได้ไปสัมผัสพวกน้ำเหลือง น้ำลายของผู้ป่วย การเป็นโรคเริมยังไม่สามารถมีการรักษาให้หายขาดได้ หากร่ายของเราอ่อนแอหรือภูมิคุมกันน้อยโรคนี้ก็จะแสดงออกอาการออกมาได้ทันที เพราะการเป็นเริมนั้นเมื่อมีการเป็นโรคนี้แล้วมันอยู่กับเราไปตลอด แค่ไม่แสดงอาการออกมา เมื่อเรามีร่างกายที่แข็งแรง

อาการของโรคเริม

อาการโดยรวมของโรคเริมนี้จะมีอาการคล้ายๆกัน จะมีตุ่มน้ำใสๆ บริเวณที่ติดเชื้อและจะมีอาการเจ็บปวด แสบตรงบริเวณที่เป็นแผล ในผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเป็นครั้งแรกจะมีอาการที่รุนแรงและจะทำให้แผลที่เป็นนั้นหายช้ามาก หรือผู้ที่เป็นบ่อยๆแล้วอาการก็จะไม่รุนแรงเท่ารัยและแผลยังจะหายไวด้วย และส่วนมากผู้ที่เป็นโรคเริมนี้จะเจอเป็นแผลอยู่แถวบริเวณปาก บั้นท้าย ทวารหนัก ขา และอวัยวะเพศ อาการรุนแรงของโรคเริมนี้ จะทำให้ผู้ป่วยปวดหัว มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกายแจะพบว่าตุ่มน้ำใสๆนั้นแตกออกมาเป็นแผล และอาจมีอาการของต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นมาได้ แผลจะมีการตกสะเก็ดและแห้ง จะหายภายในและใช้เวลาในการดูแลถึง 2-6สัปดาห์เลยทีเดียว

การป้องกันโรคเริม

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคเริ่มนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของรวมกับผู้ป่วย การมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางอนามัย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ในระหว่างเป็นโรคเริมนี้ควรงดการมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาดในระหว่างทำการรักษาอาจนำเชื้อไปแพร่กับผู้อื่นได้ และกับผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคเริมนี้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการกระตุ้นของโรคนี้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นมาอีก และผู้ป่วยที่มีอาการของโรคเริม เกิดมาเกิน6ครั้งควรไปรับการรักษาจากแพทย์และไปรับยามารับประทาน

ความแตกต่างของโรคเริมกับอาการร้อนใน

โรคร้อนในจะขึ้นอยู่ในบริเวณภายในช่องปาก อย่างลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือกจะมีตุ่มเหมือนกัน จะแตกต่างกันคือร้อนในแผลนั้นไม่สามารถเกิดตกสะเก็ดได้  ส่วนแผลของโรคเริมนั้นจะขึ้นบริเวณปากและแผลยังมีการตกสะเก็ดและสามารถติดต่อไปยังผู้คนอื่นได้ แต่อาการร้อนในนั้นไม่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้เพราะโรคร้อนในไม่ใช่โรคติดต่อ

โรคเริมแม้จะไม่มียาช่วยในการรักษาให้หายขาดได้แต่เราก็ควรจะดูแลตนเองจากโรคนี้ได้ และก็ควรป้องกันตัวเองและศึกษาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรเพื่อไม่ให้เสี่ยงกับโรคร้ายที่อาจจะมาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

ทำอย่างไรดี เมื่อมลภาวะฝุ่นละอองสูงมากขึ้น

ทำอย่างไรดี เมื่อมลภาวะฝุ่นละอองสูงมากขึ้น

1) ลดกิจกรรมนอกบ้าน : อันตรายร้ายแรงที่บางทีอาจเกิดขึ้นได้จากมลภาวะทางอากาศจะมากขึ้นถ้าทำกิจกรรมนอกบ้านที่ใช้ความรุนแรง ใช้แรงมาก และระดับความร้ายแรงของมลภาวะจะมากน้อยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่อยู่ที่โล่งแจ้ง ทั้งนี้พวกเราสามารถลดอันตรายลงได้โดยลดระดับการใช้กำลัง (ยกตัวอย่างเช่น เดินแทนที่จะวิ่งเหยาะๆ) ลดเวลาอยู่ที่โล่งแจ้งลง และคิดแผนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในระยะเวลาหรือในพื้นที่ที่มีมลภาวะสูง อย่างเช่น บนถนนหนทางที่มีการจราจรขัดข้องและถนนหลวงที่มีผู้ใช้หนาแน่น

2) อยู่ข้างในตึกเมื่อระดับมลภาวะสูง : เมื่อระดับมลภาวะขึ้นสูงขนาดที่เกิดอันตราย ให้พิจารณาการอยู่ด้านในตึกและย้ายไปทำกิจกรรมข้างในตึกแทน ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะออกแรงออกกำลังกายที่โล่งแจ้ง ให้มาออกแรงในโรงยิมแทนเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานที่ที่อากาศสะอาดกว่า

3) ปรับปรุงแก้ไขประสิทธิภาพ คุณภาพอากาศด้านในตึก : ปิดหน้าต่างให้หมดในตอนมลภาวะสูง ปรับแอร์ให้ใช้อากาศด้านในตึกหมุนวนแทนที่จะดึงเอาอากาศด้านนอกเข้ามา ใคร่ครวญการใช้งานเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองหรือเครื่องกรองอนุภาคฝุ่นที่มีสามารถทำงานได้อย่ามีคุณภาพสูง ดังนี้เพื่อลดระดับอนุภาคด้านในตึก ให้ดูแลบริเวณสภาแวดล้อมบ้านไม่ให้มีควัน และหลบหลีกการใช้สิ่งที่มีการเผาไหม้ ยกตัวอย่างเช่น เทียน การปิ้ง หรือสิ่งใดก็แล้วแต่ที่ส่งผลให้เกิดควัน

ใส่หน้ากากอนามัยเพื่อปกป้องระบบทางเดินหายใจที เมื่อสวมอย่างถูกต้อง หน้ากากจะปกป้องระบบทางเดินหายใจโดยกรองอนุภาคฝุ่นผงที่อยู่ในมลภาวะกลางอากาศได้มากถึงปริมาณร้อยละ 99 (หน้ากาก N95 กรองได้อย่างต่ำจำนวนร้อยละ 95 หน้ากาก N99 กรองได้ร้อยละ 99) แม้กระนั้นหน้ากากกลุ่มนี้จะใช้การได้ดีก็เมื่อสวมอย่างแม่นยำ ด้วยเหตุนี้ จำเป็นต้องมั่นใจว่าสวมตามกรรมวิธีการที่กำหนดไว้แล้วหรือไม่ หมั่นตรวจดูว่าหน้ากากถูกสวมใส่กระชับเข้ากับหน้าอย่างถูกต้องพอดีหรือไม่ จริงๆ แล้ว เราควรจะมีความรู้เกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่ช่วยต้านมลภาวะว่ามีความแตกต่างกับหน้ากากที่หมอหรือพยาบาลใส่ในห้องผ่าตัด หรือหน้ากากที่ทำมาจากผ้าหรือกระดาษ – ซึ่งๆหน้ากากเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเลยสำหรับเพื่อการต้านทานมลภาวะกลางอากาศ ที่มีฝุ่นละอองมาก หน้ากาก N95 รวมทั้ง N99 มีขายตามร้านค้าจำนวนมากที่ขายผลิตภัณฑ์ปรับปรุงที่อยู่อาศัยและผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย

สังเกตอาการ : หากมีอาการเรื้อรังตลอด ยกตัวอย่างเช่น การหายใจไม่สะดวก รู้สึกล้ามากขึ้นจากปกติ หรือไอร้ายแรง บางทีอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาที่มีมูลเหตุเกี่ยวกับภาวะปอดหรือหลักการทำงานของปอด รีบหารือกับหมอ หรือถ้ามีลักษณะใหม่ๆ ที่แสดงถึงปัญหาด้านระบบหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ หรือสังเกตว่าสุขภาพแย่ลง