เหตุผลที่ควรออกกำลังกายท่า SQUAT

ช่วงนี้หลายๆ คน คงต้องอยู่บ้าน และทำงานอยู่ที่บ้าน ด้วยภาวการณ์ที่สถานการณ์ไข้ไวรัสยังคงระบาดอยู่ตอนนี้ จึงทำให้ออกไปไหนไม่ค่อยได้ ดังนั้นควรใช้เวลาที่ว่างจากการเดินทางและนอกเหนือจากการทำงานที่บ้านแล้วมาออกกำลังกายกันเพื่อสุขภาพน่าจะดีที่สุด ด้วยท่าการออกกำลังกายที่มีค่อนข้างมาก

แต่ด้วยเวลาที่มีในแต่ละวันค่อนข้างจำกัด เราจึงอยากแนะนำท่าออกกำลังกายที่จะช่วยให้หุ่นคุณดูฟิต และช่วยให้ท่อนขาของคุณนั้นแข็งแกร่ง และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องของคุณด้วย ซึ่งท่านั้นก็คือ SQUAT ซึ่งเหตุผลที่คุณควรจะออกกำลังกายด้วยท่านี้นั้น ก็เพราะ

  1. จะช่วยให้คุณย่อยอาหารได้ดีขึ้น เพราะทุกครั้งที่ออกกำลังกายด้วยท่านี้ ร่างกายจะได้รับประโยชน์ในการไหลเวียนของเหลวในร่างกาย พร้อมระบบการกำจัดของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกายให้ดีขึ้น เพราะท่านี้จะช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นและนำสารอาหารที่อยู่ในร่างกายไปใช้งานได้ดีเยี่ยม
  2. ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ การออกกำลังกาย เพราะท่านี้คุณสามารถสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งได้ และมีประสิทธิภาพที่เทียบเท่ากับการออกกำลังกายชนิดอื่นๆ
  3. สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะการออกกำลังกายท่านี้ เมื่อเวลาที่คุณว่าง คุณสามารถใช้พื้นที่ในการออกกำลังกายไม่มาก และสะดวกต่อผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาต้องไปที่ฟิตเนส
  4. ที่สำคัญ การออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดี เพราะการออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้เผาผลาญแคลลอรี่ที่สะสมอยู่ในร่างกายเรา ซึ่งการออกกำลังกายท่านี้จะช่วยให้ร่างกายคุณเบิร์นได้เร็ว ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดดีทีเดียว
  5. ช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ในทุกครั้งที่คุณได้ออกกำลังกายท่านี้ ซึ่งกล้ามเนื้อในร่างกายของคุณจะยืดหยุ่น จากการลุกนั่งแบบขึ้นสุดลงสุด และการออกกำลังกายท่านี้นั้น จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อลดอัตราการเสี่ยงของการบาดเจ็บได้มากกว่าการออกกำลังกายด้วยท่าอื่น และจะทำให้คุณแข็งแรงพร้อมทำให้สัดส่วนของคุณเกิดความสมดุล ทั้งในด้านเอว สะโพก และต้นขา
  6. ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อช่วงล่า เพราะการออกกำลังกายท่านี้นั้น แน่นอนว่า ทุกครั้งที่ได้ออกกำลังกายในท่านี้ สิ่งที่ร่างกายจะได้รับประโยชน์สูงสุด ก็คือกล้ามเนื้อขาของคุณนั่นเอง จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อขา สามารถรองรับน้ำหนักตัวจากการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดี เพราะท่านี้จะทำให้คุณมีรากฐานที่มั่นคงในการออกกำลังกายท่าอื่นๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

กินอาหารรักษาโรค

อาหารนั้นนอกจากการรับประทานเพื่อให้อิ่มท้องแล้ว การเลือกรับประทานให้ถูกก็สามารถช่วยรักษา บรรเทา และป้องกันโรคบางชนิดได้ เพราะด้วยสารอาหาร และคุณโยชน์ในอาหารชนิดนั้น ๆ บางชนิดก็มีส่วนที่ช่วยเสริมสร้าง และป้องกันในส่วนต่าง ๆของร่างกายได้ บทความนี้จึงจะมาบอกเกี่ยวกับประโยชน์ว่าอาหารชนิดไหนให้ประโยชน์อย่างไร และสามารถช่วยรักษาโรคได้อย่างไร

หอยนางรม การรับประทานหอยนางรมในปริมาณที่เหมาะสม สามารถช่วยรักษาอาการของโรคความดันโลหิตสูงได้ เพราะหอยนางรมนั้นเป็นสัตว์ที่มาจากทะเล ทำให้ในตัวของมันมีธาตุเหล็กเป็นจำนวนมากที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ สามารถไปช่วยในเรื่องของระบบไหลเวียนออกซิเจนในร่างกาย จึงส่งผลให้สมองของเราได้รับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่ ทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อกไก่ นอกจากจะเป็นอาหารที่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก และช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อของผู้ออกกำลังกาย เพราะในอกไก่มีปริมาณไขมันน้อย แต่ให้โปรตีนสูง อกไก่ยังเป็นอาหารรักษาอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายได้ เพราะมีสารอาหารบางชนิดที่ส่งผลให้ร่างกายมีความตื่นตัวมากขึ้น และยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย

ข้าวบาร์เลย์ จัดอยู่ในชนิดของธัญพืช อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ข้าวบาร์เลย์มีเส้นใยอาหารในตัวเองมากเมื่อรับประทานเป็นประจำจึงทำให้ขับถ่ายได้สะดวก และยังเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ ข้าวบาร์เลย์มีสารอาหารที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรงขึ้นได้

แอปเปิล การรับประทานแอปเปิลเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดได้ เพราะในแอปเปิลมีสารอาหารที่สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้

วอลนัท จัดเป็นพืชตระกูลถั่ว มีสารที่สำคัญหลายอย่างที่ช่วยในเรื่องของดวงตา ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคที่จะเกิดขึ้นกับดวงตา อาทิ เช่น โรคต้อกระจก โรคต้อหิน เป็นต้น 

เห็ดหอมญี่ปุ่น มีสาร Lentinan สามารถช่วยเข้าไปทำให้เนื้อร้ายในร่างกายที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งเจริญเติบโตได้ช้าลงหรือในผู้ที่ยังไม่เป็นก็สามารถช่วยลดการเกิดของเนื้อร้ายในร่างกายได้ และการรับประทานเห็ดหอมญี่ปุ่นเป็นประจำยังช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนญี่ปุ่นจึงมีอายุยืนยาว เพราะรับประทานเห็ดหอมญี่ปุ่นทุกวันสุขภาพร่างกายจึงแข็งแรง

ข้าวโอ๊ต การรับประทานข้าวโอ๊ตจะช่วยทำให้ผู้ที่มีอาการของโรคนอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ หลับได้ง่ายขึ้นเพราะในข้าวโอ๊ตมีสารบางชนิดที่ช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย จึงทำให้หลับได้ง่ายขึ้น

ขิง มีสรรพคุณช่วยในการรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆได้อย่างมากมาย น้ำของขิงสามารถนำมารับประทานเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้องต่าง ๆได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ไม่ว่าจะวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน การรับประทานน้ำขิงก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ชุดตรวจ hiv

การป้องกันโรคเริม

โรคเริมเป็นอีกโรคที่น่ากลัวสำหรับในหมู่วันรุ่น และสามารถติดต่อโดยการที่เพศสัมพันธ์หรือได้ไปสัมผัสพวกน้ำเหลือง น้ำลายของผู้ป่วย การเป็นโรคเริมยังไม่สามารถมีการรักษาให้หายขาดได้ หากร่ายของเราอ่อนแอหรือภูมิคุมกันน้อยโรคนี้ก็จะแสดงออกอาการออกมาได้ทันที เพราะการเป็นเริมนั้นเมื่อมีการเป็นโรคนี้แล้วมันอยู่กับเราไปตลอด แค่ไม่แสดงอาการออกมา เมื่อเรามีร่างกายที่แข็งแรง

อาการของโรคเริม

อาการโดยรวมของโรคเริมนี้จะมีอาการคล้ายๆกัน จะมีตุ่มน้ำใสๆ บริเวณที่ติดเชื้อและจะมีอาการเจ็บปวด แสบตรงบริเวณที่เป็นแผล ในผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเป็นครั้งแรกจะมีอาการที่รุนแรงและจะทำให้แผลที่เป็นนั้นหายช้ามาก หรือผู้ที่เป็นบ่อยๆแล้วอาการก็จะไม่รุนแรงเท่ารัยและแผลยังจะหายไวด้วย และส่วนมากผู้ที่เป็นโรคเริมนี้จะเจอเป็นแผลอยู่แถวบริเวณปาก บั้นท้าย ทวารหนัก ขา และอวัยวะเพศ อาการรุนแรงของโรคเริมนี้ จะทำให้ผู้ป่วยปวดหัว มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกายแจะพบว่าตุ่มน้ำใสๆนั้นแตกออกมาเป็นแผล และอาจมีอาการของต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นมาได้ แผลจะมีการตกสะเก็ดและแห้ง จะหายภายในและใช้เวลาในการดูแลถึง 2-6สัปดาห์เลยทีเดียว

การป้องกันโรคเริม

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคเริ่มนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ของรวมกับผู้ป่วย การมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางอนามัย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ในระหว่างเป็นโรคเริมนี้ควรงดการมีเพศสัมพันธ์เด็ดขาดในระหว่างทำการรักษาอาจนำเชื้อไปแพร่กับผู้อื่นได้ และกับผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคเริมนี้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการกระตุ้นของโรคนี้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นมาอีก และผู้ป่วยที่มีอาการของโรคเริม เกิดมาเกิน6ครั้งควรไปรับการรักษาจากแพทย์และไปรับยามารับประทาน

ความแตกต่างของโรคเริมกับอาการร้อนใน

โรคร้อนในจะขึ้นอยู่ในบริเวณภายในช่องปาก อย่างลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือกจะมีตุ่มเหมือนกัน จะแตกต่างกันคือร้อนในแผลนั้นไม่สามารถเกิดตกสะเก็ดได้  ส่วนแผลของโรคเริมนั้นจะขึ้นบริเวณปากและแผลยังมีการตกสะเก็ดและสามารถติดต่อไปยังผู้คนอื่นได้ แต่อาการร้อนในนั้นไม่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้เพราะโรคร้อนในไม่ใช่โรคติดต่อ

โรคเริมแม้จะไม่มียาช่วยในการรักษาให้หายขาดได้แต่เราก็ควรจะดูแลตนเองจากโรคนี้ได้ และก็ควรป้องกันตัวเองและศึกษาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรเพื่อไม่ให้เสี่ยงกับโรคร้ายที่อาจจะมาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

Health แล้ววันหนึ่งก็จะเป็นคนสุขภาพดี หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

นี่คือสิ่งที่คนฟังอาจจะไม่ค่อยเข้าใจผลลัพธ์คำนี้ว่า ทำให้เป็นคนสุขภาพดีคืออะไร แต่มันคือความหมายกว้างๆโดยรวมยังไงล่ะ ที่เรียกได้ว่าเป็นความหมายรวมที่ดีที่สุดสำหรับคนที่เลิกบุหรี่อยากจะได้ยิน  เพราะความยาวนานนี้ต้องมีอะไรดีๆเป็นการตอบแทนบางล่ะ เพราะการที่จะสุขภาพดีนี้ ต้องใช้เวลาหลังจากเลิกบุหรี่ไปถึงห้าถึงสิบปีเลยทีเดียว แล้วนั้นคงเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากๆแล้วก็ยากที่จะทำด้วย อย่างว่าแต่เป็นปีเลย แค่เดือนนึงหลายๆยังคิดว่าจะเอาตัวไม่รอดเลยด้วยซ้ำ แต่คำว่าสุขภาพดีนั้นเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้มาก

เพราะการที่สุขภาพดีเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้เราแต่แรก แล้วมันก็จะค่อยๆเสื่อมตามสภาพอายุ และการใช้ชีวิตด้วย ถ้าฝืนตัวเองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การนอน หรือการใช้ร่างกายเล่นกีฬาหักโหมเกินไป นั้นก็เป็นเหตุให้ร่างกายเสื่อมลงเรื่อยๆด้วยเช่นกัน แล้วการสูบบุหรี่นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุที่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว และกลับคืนมาได้ยากมากๆ

เราจะสุขภาพดีได้อย่างไร ในชีวิตคนเรานี้มีวิธีทำให้สุขภาพดีอยู่มากมายนะ เบสิคสุดๆก็ต้องเป็นเรื่องอาหารการกินที่ทุกวันนี้การกินช่างอันตรายเหลือเกินเพราะอาหารนั้นช่างโผล่ขึ้นมาหลายต่อหลายชนิดจนไม่สามารถทราบได้ว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี นั้นก็ต้องเลือกกินให้ดีๆสักหน่อย ต่อมาก็เรื่องง่ายๆแต่ทำยากอย่างการออกกำลังกาย เป็นปัญหาโลกแตกของหลายๆคนจริงๆ ที่บอกอยากจะออกกำลังกายแต่ก็ทำกันได้ยากเหลือเกิน ถือเป็นการเผชิญที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์จริงๆ

แล้วต่อมาก็ง่ายๆเลย นั้นก็คือการเลิกบุหรี่ เลิก  บุหรี่ไฟฟ้า  ที่ว่าง่ายแตะยากยิ่งกว่าอะไรทั้งมวลแล้วล่ะ บุหรี่ที่เป็นดั่งมฤตยูของทุกๆคนที่อยากสุขภาพดี มันทำลายทุกระบบของร่างกายเรา และมันทำลายความเป็นคนสุขภาพดีของเราไปอย่างช้าๆโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป

เอาจริงๆการเลิกบุหรี่ได้ถึงห้าปี ก็เรียกได้ว่าเป็นการเลิกที่สมบูรณ์แบบแล้วนะ แต่กลับกลายเป็นว่าร่างกายเพิ่งจะเริ่มสุขภาพดีเท่านั้นเอง คงเป็นเรื่องตลกร้ายของคนสูบบุหรี่จริงๆ เพาะว่าไม่ว่าจะเลิกบุหรี่ได้นานขนานไหนก็ตามแต่คนเราก็สามารถกลับมาดูดบุหรี่ได้เพียงแค่ดีดนิ้วเท่านั้นเอง แต่กลับกันสุขภาพจะกลับมาดีได้ต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนานมากๆ แล้วมันพังทะลายได้ง่ายมากๆเมื่อเรายอมแพ้และกลับไปสูบบุหรี่เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ควันบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ?

คุณทราบหรือไม่ว่าควันบุหรี่ที่เราเห็นกันทุกวันนี้มันเป็นอันตรายมากต่อผู้ที่มีการสูดดมเข้าไป แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ก็เช่นกันหากมีการสูดดมควันบุหรี่เข้าไปก็เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราได้ ในควันบุหรี่ที่เราเห็นนั้นมันมีสารที่ประกอบเข้าด้วยกันอยู่หลากหลายชนิดซึ่งสารเหล่านั้นล้วนแต่เป็นอันตรายต่อผู้ที่สูดดมเข้าไปเป็นอย่างมาก

นอกจากนั้นแล้วผู้ที่เป็นคนสูบบุหรี่เองก็เสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงชนิดอื่นๆอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคปอด เป็นต้น

สำหรับเด็กๆหรือเด็กแรกเกิดหากมีการสูดดมควันบุหรี่เข้าไปพวกเขานั้นอาจจะมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง และเป็นมากกว่าวัยอื่นๆอีกด้วย ยกตัวอย่างโรคที่เด็กจะได้รับหากมีการสูดดมควันบุหรี่เข้าไปได้แก่ โรคในระบบทางเดินหายใจอย่างหอบหืด โรคติดเชื้อต่าง ๆ รวมถึงโรคไหลตายในทารก เป็นต้น

จะเห็นได้ว่านอกจากที่เราจะเห็นผลร้ายแรงจากการสูบบุหรี่โดยตรงแล้ว ในการรับควันที่คนอื่นสูบรอบๆตัวเรานั้นก็เป้นการส่งผลโดยตรงเข้าสุขภาพของเราเหมือนกับเรานั้นสูบเองเลยแหละ ซึ่งเราจะมาแนะนำโทษของการสูดดมควันบุหรี่ว่าผลเสียของมันมีอะไรบ้าง

อันตรายจากควันบุหรี่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทโดยมัดังนี้

-ควันบุหรี่ที่มีคนสูบได้พ่นออกมาทางลมหายใจ

-ควันบุหรี่ที่ได้จากการเผาไหม้ของตัวมันเอง

จะเห็นได้ว่าทั้งสองอย่างนี้ล้วนก่อเกิดการอันตรายต่อผู้ได้รับแต่ปริมาณของสารเคมีของทั้งสองแบบนี้จะมีมากกว่ากัน อนุภาคของมันนั้นจะมีลักษณะที่เล็กกว่าดังนั้นการเคลื่อนที่จะทำการง่ายกว่าจึงส่งผลให้มันย้ายเข้าปลอดของเราได้ง่ายขึ้นอีกด้วยนอกจากมันจะเข้าสู่ปลอดของเราแล้วยังสามารถเดินทางไปที่เซลล์ต่างๆของร่างกายของเราได้ง่ายเช่นกัน

อันตรายที่เกิดจากควันของบุหรี่

การสูดดมควันบุหรี่ส่งผลเสียต่อร่างกายหลายประการ และยังเป็นสาเหตุของโรคร้ายต่าง ๆ ดังนี้

-โรคหัวใจและหลอดเลือด ควันบุหรี่จะสร้างความเสียหายแก่หลอดเลือด และทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคหัวใจ ภาวะหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจหยุดเต้นที่ทำให้เสียชีวิตอย่างเฉียบพลันได้

-โรคปอด ควันบุหรี่อาจสร้างความเสียหายแก่ระบบทางเดินหายใจ และก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจตามมา เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นต้น

-มะเร็งปอด ผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่แต่สูดดมควันบุหรี่เป็นประจำอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดได้มากกว่าคนทั่วไป โดยมีงานวิจัยที่เผยว่าผู้ที่อาศัยอยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนปกติ 1.2-1.5 เท่า

-มะเร็งเต้านม งานวิจัยบางส่วนพบว่าผู้หญิงที่สูดดมควันบุหรี่เป็นประจำอาจเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมากว่าคนทั่วไป

มะเร็งเม็ดเลือดขาว สารเบนซีนที่อยู่ในควันบุหรี่เป็นสารเคมีชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้

 

สนับสนุนโดย  บุหรี่ไฟฟ้า

อาหารที่ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น 

เชื่อว่าหลายคนเวลาที่ซื้อของมาก็มักจะนำสิ่งของหรืออาหารเหล่านั้นเข้าตู้เย็นเพื่อเป็นการถนอมอาหารให้ยืดอายุการใช้งานได้นานหรือเก็บไว้กินได้นานมากยิ่งขึ้นแต่เชื่อหรือไม่ว่าบางสิ่งบางอย่างถ้าเอาไว้นอกตู้เย็นก็จะทำให้เป็นการถนอมอาหารได้มากกว่าเรามาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่เราไม่ควรเอาเก็บไว้ในตู้เย็น

1 กาแฟซึ่งต่อไปในที่นี้หมายถึงกาแฟที่คั่วบดหรือเป็นพวกเมล็ดกาแฟเพราะเมล็ดกาแฟต่างๆเหล่านี้ถึงแม้เราจะเก็บใส่กล่องอย่างมิดชิดแต่ถ้าเกิดเอาไปเก็บไว้ในตู้เย็นก็จะทำให้เกิดความชื้นแล้วจะทำให้มเมล็ดกาแฟมีเชื้อราเกิดขึ้นซึ่งจะเป็นอันตรายมากถ้าเกิดเรานำมากินการวางกาแฟสามารถวางไว้ในตู้เก็บของข้างนอกในพื้นที่ที่ไม่มีความชื้นในอากาศที่แห้งสนิทแค่นี้ก็สามารถเก็บรักสาถนอมกาแฟคั่วบดของคุณได้แล้ว

2แตงโมหลายคนนิยมซื้อแตงโมมาหากเราต้องการกินแตงโมเย็นฉ่ำให้หันเป็นชิ้นใส่จานแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นสักพักแล้วนำออกมากินได้เลยแต่ไม่ควรนำแตงโมทั้งลูกเค้าไปแช่ไว้ในตู้เย็นเพราะความเย็นจะทำให้แตงโมปริแตกออกมาได้

3น้ำผึ้งสำหรับน้ำผึ้งนั้นการเก็บควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติจะดีที่สุดหากเรานำไปเก็บในตู้เย็นจะพบว่าจะทำให้น้ำผึ้งแข็งตัวและตกผลึกได้แค่เพียงเก็บน้ำผึ้งไว้ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดไม่ให้มีแมลงเข้าไปได้น้ำผึ้งก็จะอยู่กับเราได้นานหลายปี

4 หอมหัวใหญ่การเก็บหอมหัวใหญ่ไว้ในตู้เย็นจะทำให้หอมหัวใหญ่ไม่มีความสดเพราะความเย็นของตู้เย็นจะดูความสุดของหอมหัวใหญ่ซึ่งจะมีผลทำให้เวลานำมาปลงอาหารแล้วหอมหัวใหญ่จะไม่กรอบไม่น่ารับประทานและที่สำคัญในตู้เย็นจะมีความชื้นสูงซึ่งถ้านำพร้อมหัวใหญ่ไปไว้จะทำให้หอมหัวใหญ่มีความชื้นและทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย

5ฟักทองการเก็บฟักทองที่ดีนั้นควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องปกติจะสามารถเป็นการถนอมฟักทองมาให้เน่าเสียเร็วได้แต่หากเรานำไปเก็บไว้ในตู้เย็นเมื่อไหร่แล้วแล้วก็รสชาติของฟักทอก็จะเสียไปไม่สุดใหม่แล้วไม่อร่อยและที่สำคัญเนื้อตรงที่โดนความเย็นก็จะแข็งและบางครั้งก็จะเหี่ยวซึ่งความเชื่อในตู้เย็นก็จะมีผลทำให้ฟักทองมีเชื้อราเน่าเสียได้เร็วด้วย

นี่คือห้าอย่างที่นำมาฝากกันว่าการเก็บเอาไว้นอกตู้เย็นจะเป็นการถนอมอาหารได้ดีกว่าการนำไปใส่ในตู้เย็นซึ่งยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่เมื่อเราซื้อมาแล้วไม่ควรนำไปเก็บไว้ในตู้เย็นฟังหน้ามีอะไรบ้างจะรวบรวมมาฝากกันอีกครั้งหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม